Home > Editor Talk > นักร้องเด็ก Child Singers

นักร้องเด็ก Child Singers

Tuesday, May 3, 2011

เราลองมาจัดอันดับนักร้องเด็กเล่นๆตามใจตัวเองดูมั่ง ว่านักร้องเด็กๆที่ฮิตติดใจเรามีใครกันบ้างที่ยังฝังแน่นในความทรงจำจากอดีตถึงปัจจุบัน

อันดับ หนึ่งเลย เราให้ ไมเคิล แจ็คสัน (Michael Jackson) นิตยสารโรลลิงสโตน อธิบายถึงไมเคิล ตอนเด็กไว้ว่า "เป็นเด็กอัจฉริยะและมีพรสวรรค์ทางด้านดนตรีอย่างเต็มเปี่ยม" และยังพูดว่าไมเคิล "เป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็วที่เป็นตัวหลักในฐานะนักร้องนำ" หลังจากที่เขาเริ่มเต้นและร้องเพลงกับวงพี่ ๆ ของเขา (The Jackson Five) วง The Jackson Five สร้างสถิติบนอันดับเพลงโดยการมี 4 ซิงเกิ้ลแรก (ไมเคิล ตอนนั้น อายุแค่ 10 ขวบ) ในปี 1968 มีเพลง I Want You Back, ABC, The Love You Save และ I'll Be There ขึ้นสูงสุดอันดับ 1 บนบิลบอร์ดฮ็อต 100 คงจะจำกันได้นะครับกับไอ้ทรงผมแอฟโฟรทรงนิยม เด็กแนว หัวฟู ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของคนแอฟริกัน ของไอ้ตี๋น้อยไมเคิลได้ แล้วก็ใส่กางเกงขาบานสีเหลืองร้อยเอ็ดมั่ง สีแสดขอนแก่นมั่ง สีเขียวอุดรมั่ง น่ารักเชียว ตัวดำเมี่ยม ยิงฟันขาวมีลักยิ้ม

ไมเคิล เริ่มออกงานเดี่ยวในปี 1972 โดยเขามีผลงานเดี่ยวทั้งหมด 4 ชุดกับสังกัดโมทาวน์ อัลบั้มชุด Got to Be There และ Ben ที่มีเพลงดังอย่าง "Got to Be There" "Ben" ที่เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ในชื่อเดียวกัน เป็นซิงเกิลแรกที่ขึ้นอันดับ 1 บนชาร์ตเพลงของนิตยสารบิลบอร์ด และได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม รางวัลลูกโลกทองคำ และรางวัลออสการ์ และเพลงเก่าของบ็อบบี เดย์นำมาทำใหม่ที่ชื่อ "Rockin' Robin" ไอ้เจ้าเพลง Ben นี่แหละหนังก็ดังเพลงก็ดัง ในหนัง Dannyเด็กตัวนำผิวขาว (Lee Montgomery)ที่เป็นเพื่อนรักของเจ้าหนูที่ชื่อเบ็น แต่ไอ้หนู Lee นั่นไม่ดังเท่าพ่อไมเคิลเรา รับรางวัลบานเบอะเลย แต่ตอนนั้น14 ขวบแล้วนะ ต่อมาก็ดังเรื่อยๆมาเสียงก็ไม่ค่อยเปลี่ยนไปมากเท่าไหร่ พอมาเป็นหนุ่มสัก 24 ปีขณะที่ยังเป็นสมาชิกของวงอยู่ ในปี 1982 ก็มีผลงานอัลบั้มสนั่นเมืองที่ชื่อ Thriller ซึ่งถือเป็นอัลบั้มอมตะมหานิรันดร์กาลขายดีที่สุดตลอดกาล ทีนี้ก็ติดลมบนแล้ว

ไมเคิล เป็นหนึ่งในไม่กี่ศิลปินที่มีชื่ออยู่ใน Rock and Roll Hall of Fame ถึงสองครั้ง ผลงานของเขาประสบความสำเร็จได้รับสถิติหลายครั้งจากกินเนสบุ๊ค รวมถึงในหัวข้อ เป็นหนึ่งใน"ศิลปินบันเทิงที่ประสบความสำเร็จที่สุดตลอดกาล" เขาได้รับรางวัลแกรมมี่ 13 ครั้ง มี 13 ซิงเกิ้ลที่ขึ้นอันดับ 1 ในฐานะนักร้องเดี่ยว และมียอดขายรวมกว่า 750 ล้านชุดทั่วโลก เขาถือเป็นส่วนสำคัญในวัฒนธรรมเพลงป็อปมากว่า 4 ทศวรรษ ไมเคิล แจ็กสันเสียชีวิตเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ค.ศ. 2009 อายุได้ 50 ปี น่าเสียดายนะ

อันดับสองเราให้นี่เลย จูดี้ การ์แลนด์ (Judy Garland) เธอเข้ามาเล่นหนังตั้งแต่ยังไม่ครบ 12 ขวบดีเลย หลังจากรับบทตัวเล็กๆน้อยๆมาบ้างพอสมควร ในช่วงนั้นเป็นยุคทองของหนังเพลง (Golden Era of musical film) แม่หนูจูดี้ วัย 16 ปี ก็ถูกเลือกให้ได้บทนำ Dorothy Gale ในเรื่อง The Wizard of Oz (1939) และร้องเพลงประกอบหนังเรื่องนี้ ชื่อ (Somewhere) Over the Rainbow ซึ่งทำให้เธอกลายเป็นดาราที่มีชื่อเสียงแค่ข้ามวัน เธอก็เลยกลายเป็นทั้งดาราและนักร้อง two in one ส่วนใหญ่เธอจะแสดงหนังเพลง ปี 1940 เธอได้รับรางวัล Academy Juvenile Award จาก The Wizard of Oz และ Babes in Arms หลังจากนั้นแม่หนูโดโรธี หรือ จูดี้ การ์แลนด์ ก็กลายเป็น ดาราทำเงิน ดาวรุ่งพุ่งแรงของ MGM ว่ากันว่าพอเอาชื่อเธอขึ้นก็เป็นอันว่าขอกู้แบ้งค์กันได้เลยว่ากันอย่างนั้น นี่ก็ดังตั้งแต่เป็นสาวน้อยจนเป็นสาวใหญ่ ทำให้นึกถึงแม่หนู เชอรี่ เท็มเปิ้ล Little Princess ของเรา ตอนเด็กๆล่ะดังระเบิดระเบอ เล่นหนังมากจริงๆ น่ารักสุดๆร้องเพลงเก่งมาก พอโตขึ้นทำไงๆก็ไม่ดังแผ่วๆ แล้วก็หายไปเลย แต่เธอก็ทิ้งผลงานเพลงที่เยี่ยมๆไว้เยอะ เช่น The Man That Got Away ในภาพยนตร์เรื่อง A star is born, Faraway Part of Town ใน Pepe, The Trolley Song, The Boy Next Door และ Have Yourself A Merry Little Christmas ใน Meet Me in St Louis

อันดับที่สามต้องยกให้พ่อหนุ่มดอนนี่ ออสมอนด์ ( Donny Osmond) จำได้ว่า ตอนเป็นหนุ่มรุ่นกระทง ชอบเพลง The Twelfth of Never เพลงเก่าของ Johnny Mathis ซึ่ง Donny Osmond นำมาขับร้องมาก เพราะความรู้สึกตอนนั้น มันช่างเป็นเพลงรัก แสนหวาน ที่ซาบซึ้งกินใจ นับจากฟังเพลงนี้ ทำให้เราชอบเพลงอื่นๆ ของ Donny ด้วย ไม่ว่าจะเป็น เพลง Mother of Mine, Love me for a reason, Puppy love หรือ เพลง Morning side of the mountain ที่เขาร้องคู่กับน้องสาว คือ Marie The Osmond Brothers มีด้วยกัน 9 ชีวิต (Alan, Jay, Merrill, Wayne, Tom, Virl, Donny, Marie และ Jimmy) แล้วก็มี trade mark ของตระกูลเลยนะฟันหน้าจะเยินๆยื่นออกมาข้างหน้าแต่จะไม่เยินน่าเกลียดและขาว จั๊วะกันทุกคน ถ้าเกิดสมัยนี้ละก็ดัดฟันกันให้หรึ่มเลย ดอนนี่เกิดวันที่ 9 ธันวาคม 1957 เป็นลูกชายคนที่ 7 ในตระกูล Osmond นี่ เริ่มร้องเพลงตอนอายุ 6 ขวบ หากินแต่เด็กเชียว ตอนเป็นหนุ่มก็แฟนสาวๆติดกันเกรียวมีรูปไปติดเป็น pinup idol กันเต็มฝาห้องเปิดคอนเสิร์ตที่ไหนก็แน่นไปหมด ตอนหลังหายไปพักตอนนี้กลับมาใหม่มาเล่นละคร มาออกคอนเสิร์ตกับพี่น้องอีก เห็นเมื่อต้นปีนี้พี่แกก็ยังหล่อเฟี้ยวเหมือนเดิม ขนาดเป็นคุณปู่แล้วก็เถอะ

อันดับสี่ ใครจัดงัยเราไม่รู้แต่เราว่านี่เลย Agnes Chan เมื่อสมัยยังเป็นวัยรุ่น คงไม่มีใครไม่รู้จัก Agnes Chan เป็นนักร้องที่ร้องเพลงเสียงน่ารักมากๆ เสียงเหมือนลูกแมวเหมียวเลย เช่นเพลง The Circle Game, Mother of mine, Sweet Dreams, Yesterday Once More, Top of The Wo  rld, Let Me Be There, You've Got A Friend, Tie A Yellow Ribbon Around the Old Oak Tree  และ Whatever Will Be Will Be  เป็นต้น เล่นหนังอยู่ไม่กี่เรื่องสไตล์วัยรุ่น เล่นหนังกับอาเฮีย เดวิด เจียง You are 21, และ I am 16 เพลงชื่อเดียวกับหนังก็ดังอีก เธอเกิดเมื่อวันที่  20 สิงหาคม 1955 แอกเนส ชานในวัยเด็ก เธอเป็นนักร้องคลอรัสของโรงเรียน เมื่ออายุ 15 ปี ความโดดเด่นของเธอเริ่มไปแตะตาผู้จัดรายการทีวี และได้ออกรายการทีวี พ่อ คัดค้านการเป็นนักร้องอาชีพของลูกสาวเสียงแข็ง ด้วยมีความคิดว่าเป็นอาชีพ เต้นกิน รำกิน ทางโปรดิวเซอร์ ต้องสัญญาว่า จะไม่จัดตารางกระทบการเรียนของเธอ และน่ายินดี ที่ระหว่างนี้ ผลการเรียน เธอดีเยี่ยม จนทางบ้านไม่กล้าขัดแย้งอะไรอีก และในเดือน มกราคม 1971 นั่นเอง ซิงเกิ้ล "Circle Game" ก็ถูกปล่อยออกมา และแจ้งเกิด นักร้องสาวน้อย ผุ้มีนามว่า แอกเนส ชาน ให้คนได้รู้จัก เพราะเพลงของเธอ ฮิต ติดลมเสียแล้ว เธอเป็นเด็กเรียนที่ชอบทำกิจกรรม ตอนเกรด 11 ผลการเรียนอยู่ระดับดีเยี่ยม และเนื่องจากเป็นโรงเรียนคริสต์ เธอก็เข้าร่วม และเป็นผู้นำ Young Christians Student (YCS)  บำเพ็ญประโยชน์และเยี่ยม เด็กกำพร้า คนชรา คนเจ็บป่วยในโรงพยาบาล เธอก็มีใจกุศล ช่วยเหลือสังคมตลอดมา จนถึงปัจจุบัน จุดยืนไม่เคยเปลี่ยน

แอกเนส ชาน แต่งงานกับนักธุรกิจญี่ปุ่น ตั้งรกรากอยู่ที่นั่นพร้อมครอบครัว  แอกเนส ชานและครอบครัวเธอมีบุตรชาย 3 คน ปัจจุบันอายุ 55 ปี ต้นปีที่ผ่านมาเธอเดินทางมาเมืองไทยอีกครั้ง ในนามของทูตสันติภาพจากมูลนิธิสิกขา หน้าตาเธอยังสดใสเหมือนเดิม 

อันดับห้าเอารุ่นใหม่ๆ นี่เลย ไอ้หนู บิลลี่ กิลแมน (Billy Gilman) เซ็นสัญญากับบริษัทโซนี่มิวสิค แนชวิลล์ (Sony Music Nashville) และออกซิงเกิ้ลแรก One Voice วันที่ 20 พฤษภาคม 2543 และขึ้นอันดับ 1 บิลบอร์ดชาร์ตของเพลงคันทรีอย่างรวดเร็ว และอยู่ในอันดับหนึ่งนานถึง 5 สัปดาห์ จนกระทั่งเพียง 1 เดือนถัดมาก็ได้ออกอัลบั้มเต็ม ในชื่อเดียวกัน One Voice วันที่ 20 มิถุนายน 2543 ซึ่งภายหลังจากได้รับการรับรองจาก Recording Industry Association of America (RIAA) ในวันที่ 19 กรกฏาคม 22543 บิลลี่ถือเป็นนักร้องเพลงคันทรีที่อายุน้อยที่สุดที่เคยมีมา ในเดือนมกราคม 2544 เขาได้รับโหวดจาก American Music Awards ให้เป็นนักร้องคันทรีหน้าใหม่ และเด็กที่สุดที่ได้รับรางวัลนี้ นอกจากนี้เขายังได้รับการบันทึกใน Guinness Book of World Records ให้เป็นนักร้องที่มีอายุน้อยที่สุดที่ได้ขึ้นอันดับหนึ่งบิลบอร์ดชาร์ตเพลง คันทรี นับตั้งแต่ที่เริ่มมีการบันทึกมา และเช่นเดียวกันที่นักร้องดังๆส่วนใหญ่จะออกอัลบั้มเพลงคริสต์มาสของตัวเอง ในช่วงปลายปี บิลลี่ กิลแมนก็ได้ออกอัลบั้มคริสต์มาส (Christmas album) ในปี 2543 นั้นเอง และขายได้ 65,000 ชุดต่อสัปดาห์ ในปี 2544 บิลลี่ กิลแมน ออกอัลบั้มที่ 3 ชื่อ "Dare to Dream"

ในปี 2546 บิลลี่ กิลแมนออกอัลบั้ม "Music Through Heartsongs" ซึ่งร้องเพลงจากบทกวีของ Mattie J.T. Stepanek เพื่อนของเขาซึ่งป่วยด้วยโรคกล้ามเนื้อลีบ (Muscular Dystrophy) อัลบั้มนี้ขึ้นอันดับ 15 ของ U.S. Top Country chart และอันดับ 109 ของ US Billboard 200 จนกระทั่งบิลลี่ กิลแมนอายุ 14 ปี เขาก็ต้องพักเสียงเนื่องจากเสียงเริ่มเปลี่ยนกลายเป็นหนุ่ม

เพิ่งได้ห้าอันดับเอง ยังเหลือแม่หนู Charlotte Church แม่สาวเสียงนางฟ้า (Voice of an Angle) ตอนเป็นเด็กเธอมีเสียงใสเป็นนกคีรีบูนและหน้าตาน่ารักมาก ตอนโตนี่ออกจะเจ้าเนื้อผิดรูปร่างไปเยอะเรียกว่าเผละไปเลย แล้วก็ยัง หนูน้อยเสียงมหัศจรรย์ Bianca Ryan ที่ออกมาร้องเพลง ก็กระชากใจกรรมการและคุณผู้ชมจาก America's got talent แล้วยังมีแม่สาว Charice Pempengco สาวน้อยเสียงพลังเทพ ที่โด่งดังใน Youtube ผู้คนหลายล้านคนที่ได้ดูคลิปนี้ต่างก็ทึ่งในน้ำเสียงอันทรงพลังของเธอ บางคนไม่เชื่อด้วยซ้ำ ว่าเธอร้องเองจริงๆ จนกระทั่งเจ้าแม่ทอล์คโชว์ Oprah และ Ellen นำไปออกรายการของเธอ The Oprah Winfrey Show และ The Ellen DeGeneres Show ตอกย้ำด้วย David Foster นำเธอไปร้องใน concert tribute ของ David Foster  ร่วมกับสารพัดศิลปินระดับโลก ตั้งแต่ Kenny G ไปจนถึง Michael BuBle Andrea Bocelli หรือ Celine Dion ไว้อ่านต่อภาค 2

comments powered by Disqus