Home > Editor Talk > เมืองญวนที่ได้เยือน ตอนจบ

เมืองญวนที่ได้เยือน ตอนจบ

Sunday, Oct 26, 2014

เข้าไปในสุสานประธานาธิบดีโฮจิมินท์ เพื่อคารวะศพของท่านประธานาธิบดีโฮจิมินท์ วีรบุรุษตลอดกาล และเป็นที่รักยิ่งของชาวเวียตนาม บรรจุภายในโรงแก้วที่ได้รับการเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีไม่ให้เน่าเปื่อย โดยมีเจ้าหน้าที่ดูแลอย่างเข้มงวดและห้ามการถ่ายรูปอย่างเด็ดขาด ตั้งแต่เดือนกันยายนไปถึงพฤศจิกายนเป็นระยะที่มีการจัดแต่งศพของท่าน เปลี่ยนเสื้อผ้า เปลี่ยนน้ำยา ตัดผมให้ท่านใหม่ ไกด์ท้องถิ่นบอกว่าผมท่านยังยาวออกมาได้ มีผู้เข้าชมจำนวนมาก เข้าคิวเป็นระเบียบเป็นแถวยาว

 

เมืองญวนที่ได้เยือน (จบ)

อมรรัตน์ ภูไพบูลย์

กว่าผู้เขียนจะมีโอกาสได้เล่าเรื่องเมืองญวนต่อจากครั้งก่อน ก็นานหลายวัน เพราะผู้เขียนหลบไปพักผ่อนที่เกาหลีมาค่ะ มาท่องเที่ยวเมืองณวนกันต่อ คิดว่าจบตอนนี้เราก็น่าจะได้กลับเมืองไทยกันซะที มาเยือนเมืองญวนกันหลายวันแล้ว

เมื่อวานเราได้ชมความงามของธรรมชาติ คือ ฮาลองเบย์ มรดกโลก ได้ชมศิลปการแสดงหุ่นกระบอกน้ำที่มีแห่งเดียวในโลก วันนี้ไกด์นัดเวลา 6-7-8 ตื่น 6 โมง กินข้าว 7 โมง ล้อหมุน 8 โมง ต้องออกแต่เช้า เพราะมีสถานที่อีกหลายแห่งที่เราจะไปเที่ยวชม ก่อนที่จะกลับบ้านตอนเย็นวันนี้ และถ้ามีเวลาจะได้แวะที่ช้อปปิ้งราคาถูก (ตามที่ไกด์ท้องถิ่นว่า) อีกด้วย

จตุรัสบาดิงห์ (Ba Dinh Square) และสุสานประธานาธิบดีโฮจิมินท์

เช้านี้ฝนตกปรอยๆ เพื่อความไม่ประมาท เมื่อจะลงจากรถจึงต้องเตรียมทั้งร่ม หมวก และเสื้อกันฝน กันพะรุงพะรัง แต่ไม่เสียเปล่าเพราะได้ใช้กันเปียกจริงๆ จตุรัสบาดิงห์ (Ba Dinh Square) นี้ เป็นลานกว้างที่ประธานาธิบดีโฮจิมินท์ได้อ่านคำประกาศอิสรภาพของเวียตนามพ้นจากฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2488 หลังจากตกเป็นเมืองขึ้นนานถึง 84 ปี

 

จตุรัสบาดิงห์ (Ba Dinh Square) 

เข้าไปในสุสานประธานาธิบดีโฮจิมินท์ เพื่อคารวะศพของท่านประธานาธิบดีโฮจิมินท์ วีรบุรุษตลอดกาล และเป็นที่รักยิ่งของชาวเวียตนาม บรรจุภายในโรงแก้วที่ได้รับการเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีไม่ให้เน่าเปื่อย โดยมีเจ้าหน้าที่ดูแลอย่างเข้มงวดและห้ามการถ่ายรูปอย่างเด็ดขาด ตั้งแต่เดือนกันยายนไปถึงพฤศจิกายนเป็นระยะที่มีการจัดแต่งศพของท่าน เปลี่ยนเสื้อผ้า เปลี่ยนน้ำยา ตัดผมให้ท่านใหม่ ไกด์ท้องถิ่นบอกว่าผมท่านยังยาวออกมาได้ มีผู้เข้าชมจำนวนมาก เข้าคิวเป็นระเบียบเป็นแถวยาว มีทั้งนักท่องเที่ยว และชาวเวียตนาม ซึ่งไกด์บอกว่าคนเวียตนามจะเข้ายากกว่านักท่องเที่ยว ต้องเข้าแถวที่ไกลกว่า แต่คนเวียตนามส่วนใหญ่ก็ตั้งปณิธานไว้ว่า อย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิตจะต้องไปเคารพศพท่านประธานาธิบดีโฮจิมินท์ให้ได้

ชมทำเนียบประธานาธิบดี ที่รัฐบาลสร้างให้ประธานาธิบดีโฮจิมินท์ แต่ท่านไม่อยู่ กลับมาอยู่ที่บ้านไม้เล็กๆ หลังทำเนียบแทน แล้วเข้าชมบ้านพักประธานาธิบดีโฮจิมินท์ หรือ ที่ไกด์ชาวเวียตนามเรียกท่านว่า “ลุงโฮ” “ลุงโห่”  ที่สร้างด้วยไม้ทั้งหลัง ยกพื้นสูงมีใต้ถุน เหมือนเรือนไทยสมัยก่อน เป็นที่พักผ่อนและต้อนรับแขก ชั้นบนเป็นห้องทำงานและห้องนอน จากนั้นเข้าชม “พิพิธภัณฑ์โฮจิมินท์” ซึ่งจัดแสดงนิทรรศการมากมาย น่าสนใจมากๆ ถึงความอดทนและความรักชาติของคนเวียตนาม โดยใช้ยุทธวิธีต่างๆ จนรบชนะอเมริกาอย่างน่าทึ่ง ยิ่งดูยิ่งรู้ว่าคนเวียตนามรักและยกย่องท่านประธานาธิบดีโฮจิมินท์อย่างยิ่ง

 

ทำเนียบประธานาธิบดี 

วัดเฉินก๊วก

วัดเฉินก๊วก เป็นวัดจีนที่เก่าแก่ และมีความสำคัญกับประชาชนชาวเวียตนามเป็นอย่างมาก ตั้งอยู่กลางใจเมือง บริเวณทะเลสาบตะวันตก ซึ่งเป็นทะเลสาบที่สวยงามและใหญ่ที่สุดในเมืองฮานอย

 

ภายในวัดมีต้นมหาโพธิ์ต้นใหญ่ ที่นำมาจากประเทศอินเดีย เราเดินสวดมนต์รอบต้นโพธิ์ 3 รอบ ฝนตกปรอยๆ เล็กน้อยเหมือนได้รับน้ำมนต์จากสวรรค์

 

และได้ชมความงามของเจดีย์ตรังก๊อก (Tran Quoc Pagoda) ที่อยู่ในบริเวณวัด

  

นอกจากต้นมหาโพธิ์เก่าแก่ ยังมีต้นลำไยสูงใหญ่กำลังให้ลูกดก และต้นจันทร์ ซึ่งเป้นต้นไม้พื้นบ้านของไทย หาดูได้ยากแล้วในปัจจุบัน คนรุ่นใหม่น้อยคนนักที่จะรู้จัก จันทร์มีผลทรงกลมขนาดเล็ก มีกลีบเลี้ยงอยู่ตรงขั้วผล ผลดิบมีสีเขียว เมื่อสุกเปลี่ยนเป็นสีเหลืองนวล เชื่อว่าเพื่อนรุ่นเดียวกันกับผู้เขียนหลายๆ ท่านที่ยังจำความหลังครั้งเยาว์วัยได้ คงเคยดมความหอมเย็นๆ ชื่นใจ และรสชาดเฝื่อนๆ ของลูกจันทร์ได้

 

วิหารวรรณกรรม

วิหารวรรณกรรม วัดโบราณซึ่งมีประวัติความเป็นมานับร้อยปี เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรก และใช้เป็นสถานที่สอบ “จอหงวน” ในสมัยโบราณ ไม่ว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนไปอย่างไร ความเป็นคนจะได้รับการยกย่องเพิ่มพูนได้ด้วยการศึกษา สองข้างทางเพื่อเข้าไปด้านในเป็นสนามหญ้า มีไม้ประดับแต่งตัวอักษรสวยงาม ทำให้นึกถึงชาวเวียตนามสมัยก่อนที่ต่างนั่งอ่านหนังสือบนลานสองข้างทางเดินนี้ ด้วยจิตใจมุ่งมั่นเพื่อสอบผ่านให้ได้เป็นจอหงวน

เมื่อเข้าไปด้านใน พบ แท่งศิลาบันทึกตำราต่างๆ วางเรียงหลายสิบแท่ง

ก่อนเข้าในอาคารด้านในพบสระน้ำใหญ่

และลานกว้าง

ด้านในเป็นอาคารเปิด มีที่กราบบูชา และมีรูปปั้นสำริดรูปนกกระเรียนตัวสูง และเต่าอยู่ด้านหน้า ซึ่งนกกระเรียนนั้นคือสัญญลักษณ์ของความฉลาดหลักแหลม ความก้าวหน้าในการเรียนและหน้าที่การงาน จึงเห็นว่าที่ท้องนกกระเรียนเป็นมัน เพราะการลูบอธิษฐานขอพร เรื่องการงานและการเรียนนั่นเอง ส่วนเต่าเป็นสัญญลักษณ์ของอายุที่ยืนยาว อยู่เคียงข้างนกกระเรียน นักท่องเที่ยวต่างขอลูบท้องนกกระเรียน และหัวเต่า แล้วยืนถ่ายรูปด้วยแทบทุกคน

 

กลับออกมาจากโลกในอดีตสู่โลกปัจจุบัน ด้านนอกวิหารวรรณกรรม กลับมาพบการจราจล เอ๊ย การจราจรในเมืองฮานอยอีกครั้ง ชาวเวียตนามนิยมใช้มอเตอร์ไซด์ในการเดินทาง ซึ่งพบเห็นได้ทั่วไป

นอกจากความวุ่นวายของการจราจร ยังพบความสงบจากการหาบของขายของชาวญวณ ซึ่งเป็นความแตกต่างที่น่าดูยิ่ง

รถบัสพาเราเดินทางสู่ท่าอากาศยานนานาชาติโหน่ยบ่าย หรือนอยไบ ท่าอากาศยานที่ใหญ่ที่สุดในเวียตนามตอนเหนือ บริเวณเมืองหลวงฮานอย ตั้งอยู่ห่างจากใจกลางเมือง 45 กิโลเมตร แต่เมื่อเทียบกับสนามบินสุวรรณภูมิของบ้านเราแล้ว นับว่ามีขนาดเล็ก น่าจะเทียบเท่าสนามบินดอนเมือง ซึ่งก็เหมือนกับท่าอากาศยานนานาชาติทุกๆ ประเทศที่มีร้านค้าชื่อดังระดับโลก เปิดจำหน่าย และร้านค้าปลอดภาษี

ที่น่าสนใจเห็นจะเป็นร้านที่ให้บริการนวดเท้า สำหรับนักเดินทางขี้เมื่อย

 

นอกจากนี้ยังมีร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง โดยมีแม่ค้าเป็นสาวชาวญวนในชุดอ๋าวใหญ่ ทำให้น่าสนใจที่จะจ่ายเงินซื้อของที่ระลึกก่อนกลับบ้านเสียจริงๆ

ได้เวลากลับบ้านซะที ลาก่อนนะจ๊ะเมืองญวน ประทับใจที่ได้มาเยือน และสวัสดีค่ะ สุวรรณภูมิ เมืองไทยที่รัก แต่ก่อนอำลา ต้องขอขอบพระคุณ ดร.ทวี เก่าศิริ ที่กรุณาเป็นฝ่ายศิลป ตกแต่งภาพให้สวยงามยิ่งขึ้นและใส่ชื่อผู้เขียนในภาพ ขอบคุณ คุณไตรภพ เฮงพูลธนา เพื่อน KU 32 ที่แนะนำ และกระตุ้นให้เขียนบทความท่องเที่ยวเพื่อมาเล่าสู่กันฟัง และเป็นผู้วางรูปแบบการเขียน ขอบคุณสามี ลูกชายและลูกสาวที่เป็นเพื่อนเดินทางไปด้วยกัน ขอบคุณเพื่อนๆ ที่ติดตามไปเยือนเมืองญวน ลาก่อนค่ะ แล้วพบกัน ฉบับหน้าพาไปลุยเกาะเจจู ประเทศเกาหลีใต้คะ บ๊าย บาย

comments powered by Disqus