Home > Food & Cuisine > Restaurant > Home Authentic & Exotic

Home Authentic & Exotic

Tuesday, Jul 8, 2014

“ผมยึดคติว่าราคาผมจะไม่เอาเปรียบลูกค้า คุณภาพผมก็ไม่ด้อย ปริมาณผมก็มีให้”

รัานอาหารไทยร้านนี้เปิดบริการมาประมาณ 7 เดือน คนแน่นที่สุดในย่าน Sussex street ทุกครั้งที่ผู้เขียนขับรถผ่านไปมาจะเห็นผู้คนยืนออรอคิวโต๊ะกันอยู่ด้านหน้า ร้านเป็นประจำ มันช่างเป็นการท้าทาย

 ให้น่าลิ้มลอง วันนี้เห็นทีจะต้องพาคุณผู้อ่านไปตีท้ายครัวกันซะหน่อยแล้ว เราจอดรถที่ Car park ด้านตรงข้ามกับร้านซึ่งสะดวกสบายมาก เดินข้ามฝั่งมาก็ถึงร้านสองคูหาตกแต่งสไตล์ทันสมัย มีครัวเปิดด้านหน้าขวามือ ฝั่งซ้ายมือเป็นโต๊ะนั่งรับประทานอาหาร มีชั้นลอยสุดเท่ห์ด้านบนแถมด้วยมุมส่วนตั๊วส่วนตัวเล็กๆข้างบันได ไถ่ถามเชฟใหญ่ ชัยวัฒน์ ตันติอาภาพงษ์ ซึ่งควบตำแหน่งผู้จัดการอีกหนึ่งตำแหน่ง ทราบว่าในร้านจุคนได้ประมาณ 100 คนเศษๆ และโดยเฉลี่ยจะมีการหมุนเวียนของแขกไม่ต่ำกว่า 700 คนต่อวัน เราไม่แปลกใจเลยกับตัวเลขที่เขาบอกเราเพราะขณะที่เราเดินเข้าไปในร้านเพื่อ ไปยังโต๊ะซึ่งเชฟใหญ่จัดไว้ให้ ร้านสองคูหาก็ดูแคบไปถนัดตา เห็นจะตัองบอกใบ้กันก่อนว่าโทรมาจองโต๊ะก่อนล่วงหน้าไม่เช่นนั้นคุณผู้อ่าน เป็นได้ยืนรอคิวหน้าร้านพันเปอร์เซนต์

Home มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือ เหมือนท่านไปเดินตลาดสดราชวัตร นึกอยากจะกินอะไรมีไปหมดซะทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น กล้วยแขก ข้าวเกรียบปากหม้อ ข้าวเหนียวตัด ขนมหม้อแกง และอื่นๆอีกมากมาย เรามาเริ่มด้วยรายการอาหารที่นี่ซึ่งมาแล้วไม่ควรพลาดได้แก่ ปาท่องโก๋จิ้มกับสังขยาใบเตย รสกำลังอร่อยไม่เหม็นหืนน้ำมันเพราะไม่ยอมใช้น้ำมันเก่าทอดอย่างเด็ดขาด ราคาก็ไม่น่าเกลียดจนเกินไป เสริฟหนึ่ง $5 มีปาท่องโก๋ 4 คู่เสริฟมาพร้อมสังขยารสใบเตย แต่จะทานได้ก็ต้องหลัง 6 โมงเย็นนะครับถึงจะเริ่มออกทอดขาย เมนูที่สองคือ กุ๊ยช่ายลูกขนาดกำลังน่ากิน แป้งนุ่มเพราะกวนได้ที่ เสริฟหนึ่งมี 4 ลูก รสชาดใช่เลย สนนราคา $4.90 จานที่สาม คือขนมจีบซึ่งเชฟใหญ่รับรองว่าใส้ที่กินแล้วเนื้อเด้ง ไม่มีสารเคมีเจือปนอย่างแน่นอน เป็นการผสมอย่างถูกสัดส่วนระหว่างเนื้อหมูและกุ้ง ซึ่งเกิดจากประสพการณ์ที่เขาช่วยธุรกิจครอบครัวทำร้านอาหารจีนมาโดยตลอด คุ้มราคา เสริฟหนึ่งมี 5 ลูก $ 4.90 แค่ Entre’ ก็เกือบอิ่มแล้ว (ถ้าทานคนเดียว) ผู้เขียนแนะนำให้ไปทานเป็นกรุ๊ปสัก 4 คน จะได้ทานทุกอย่างและที่สำคัญจะได้มีตัวมาช่วยหาร

ส่วน main course ที่ลูกค้าชื่นชอบนั่งปุ๊บเป็นต้องสั่งปั๊บคือ หมูกรอบผัดพริกขิง ซึ่งเชฟใหญ่เผลอหลุดปากกับผู้เขียนว่า สั่งเนื้อหมูกว่า 300 กก./อาทิตย์ ก็น่าจะเป็นจริงเพราะมองไปรอบๆมีอาหารจานนี้ประดับแทบจะทุกโต๊ะ เจ้าตัวบอกใช้เวลามากกับอาหารจานนี้ two thumbs up ครับ สำหรับอาหารจานนี้ ร้านเปิดตั้งแต่ 10 โมงเช้าถึง 4 ทุ่มขายกันแบบ non-stop ถ้ามาช่วงกลางวัน หมูกรอบผัดขิงจะถุกเสริฟมากับข้าวด้วยราคาพิเศษ $8.50 ส่วนดินเนอร์ full serve $13.90 “อาหารช่วงกลางวันจะถูกกว่าช่วงกลางคืนแทบทุกอย่างครับ” เชฟใหญ่กล่าวสำทับ ลาบเป็ดเป็นอาหารยอดนิยมอันดับสองของร้านนี้ หอมด้วยเครื่องปรุงลาบพื้นบ้าน ใบมะกรูด ผักชีฝรั่ง ผักชีไทย หอมแดง ข้าวคั่ว กลิ่นสาปเป็ดถูกดับด้วยข่าและหอมเจียวซึ่งนอกจากจะมาช่วยดับกลิ่นสาปแล้วยัง มาช่วยเพิ่มความกรุบกรอบให้อาหารจานนี้ “ความกรุบกรอบนอกจากตัวหอมเจียวแล้วนี่ ผมเลาะหนังเป็ดออกมาทอดแล้วเอากลับมาโรยหน้าเพิ่มความกรอบไปอีก ผมเป็นคนอุดร พี่ก็รู้ลาบเป็ดอุดรสูตรดั้งเดิมต้องย่างหนังจนกรอบแล้วนำมาคลุก มันใช้เวลามาก พนักงานที่นี่เตรียมของตั้งแต่ตีสี่ มาย่างหนังจนกรอบอีกคงไม่ต้องนอนแล้วพี่ ผมจึงต้องคิดหาวิธีอื่น รสชาดก็ไม่หนีกันเท่าไหร่” $10.90 สำหรับ dinner ส่วน lunch ก็ $7.90 ไม่แพงเลยรสชาดแซ่บตามภูมิภาค อาหารอีกจานซึ่งไม่ควรพลาดเป็นอย่ายิ่งสำหรับคออาหารอีสาน (ซาดิสท์นิดๆ) คือตำสั้ว ซึ่งเป็นการตำรวมมิตร มีมะละกอ เส้นขนมจีน ผักกาดดองหั่นฝอย ผักแป้น ถั่วฝักยาว มะเขือเปราะ ถั่วงอก หมูยอ มะเขือเทศ แคบหมู และที่พลาดไม่ได้คือปลาร้ากลิ่นหอมพอดี (ภาษาอีสานเรียก กลิ่นไม่โหน่ง) เจ้าตัวบอกถ้าปลาร้าไม่อร่อยก็จบกันและได้รับการยืนยันว่าต้มเองปรุงปลาร้า เองด้วยเครื่องเทศเพื่อจะไม่มีกลิ่นคาวอีกทั้งยังถูกสุขอนามัยอีกด้วย $7.90 สำหรับกลางวัน $8.90 สำหรับดินเนอร์ ผัดไทยเจ้านี้อร่อยมาก อร่อยทุกคำที่เคี้ยวอาจจะเป็นเพราะผัดกระเทียมและหัวไชโป้วได้ที่พอดี หากอยากจะลองให้แปลกไปอีกหน่อยแนะนำให้ลอง ผัดไทยเกี๊ยวกรอบแต่ต้องรีบทานอย่ามัวคุยเพลินเกี๊ยวจะหายกรอบรสชาดความ อร่อยจะหย่อนไป สั่งใส้กรอกอีสานซึ่งจะถูกเสริฟมาพร้อมเครื่องเคียงเอามาทานกับเบียร์สักจาน ก็อร่อยไม่เบา คุณชัยวัฒน์บอกกับผู้เขียนว่า “ขายดีมากๆเลยครับ ยัด(ใส้กรอก)กันไม่ทัน”ถ้าไม่อิ่มจนเกินไปนักอาหารอีกจาน น่าจะเป็น คอหมูย่างนุ่มๆเสริฟมากับน้ำจิ้มแจ่วสูตรอีสานแท้ๆ ก็ไม่เลวเลยทีเดียว ปกติแล้วผู้เขียนไม่ใช่คอขนมหวานสักเท่าไหร่ แต่ด้วยความหลากหลายของอาหารร้านนี้จึงต้องลองสลิ่มดูสักถ้วย เส้นนุ่มมาก น้ำกะทิหอมแต่รสหวานไปสำหรับผู้เขียน สำหรับท่านผู้อ่านที่ไม่ชอบรสหวานจัด บอกน้องๆพนักงานเสริฟไปเติมน้ำแข็งฝอยมาอีกนิด ทีนี้ก็อร่อยพอดีเลย เอาไปเลยครับ สี่ดาวสำหรับรสชาดอาหาร ส่วนสถานที่เล็กไปนิดเพราะคนแน่นและจอแจ เอาไปสามดาวครึ่ง แต่นี่เป็นความคิดของผู้เขียนคนเดียว คงจะแตกต่างจากลูกค้าซึ่งมาเข้าคิวรอที่หน้าร้านซึ่งผู้เขียนเดาเอาว่าน่าจะ มีความคิดเดียวกันว่าถึงร้านจะมีคนแน่น แต่อาหารอร่อยก็จะเป็นไรไป ช่างมันฉันไม่แคร์จะกินซะอย่าง

comments powered by Disqus