HOT NEWS
พอเพียงเยี่ยงพ่อ คอนเสิร์ต » เตรียมพบกัน ในงานมหากาพย์ คอนเสิร์ต พระเอ๊ก พระเอก วันเสาร์ที่ 26 พฤศจิกายน และคอนเสิร์ต พอเพียงเยี่ยงพ่อ ในวันอาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายน เนื่องในวโรกาศเฉลิมพระชนมพรรษา ครบ 7 รอบ 84 พรรษา 5 ศิลปินดัง อ๊อด คีรีบูน สุชาติ ชวางกูร เท่ห์ อุเทน พรหมมินทร์ ชมพู ฟรุตตี้ และ ดำ ฟอร์เอฟเวอร์ มีการแข่งขันประกวดเต้นลีลาศและรำวง ชิงถ้วยคิงส์คัฟ บัตรยังไม่ได้ไปวางที่ไหน? อยากได้ที่นั่งโต๊ะหน้าๆ โทรจองบัตรได้ที่ พี่น้อย 0419 602 442 คุณแดง 0425 278 843 ครูนุช 0409 499 914 สถานที่ Bonnyrigg Sports Club เอาเพลงจากนักร้องหนุ่มดังในอดีต มาให้ฟังกันพอเรียกน้ำย่อย  Sunday, 02 October 2011 06:52
Tuesday, 22 July 2014

EVENTS

  • 0
  • 1
  • 2
prev
next

พอเพียงเยี่ยงพ่อ คอน

News image

เตรียมพบกัน ในงานมหากาพย์ คอนเสิร์ต พระเอ๊ก พระเอก วันเสาร์ที่ 26 พฤศจิกายน และคอนเสิร์ต พอเพียงเยี่ยงพ่อ ในวันอาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายน เนื่องในวโรกาศเฉลิมพระชนมพรรษา ครบ 7 รอบ 84 พรรษา 5 ศิ...

Read more

คอนเสิร์ต ข้าคือคนไท

News image

คอนเสิร์ต ข้าคือคนไทย เนื่องในวโรกาศวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ และวันแม่แห่งชาติ ปี 2554 สมาคมไทยอีสานแห่งประเทศออสเตรเลีย...

Read more

พี สะเดิด

News image

อิ่มตา อิ่มใจ อิ่มบุญ มาอีกแล้ว นึกว่าสมาคมไทยอีสานแห่งประเทศออสเตรเลียจะวางนวมไปเสียแล้ว หลังจากประสพผลสำเร็จอย่างท่วมท้นกับคอนเสิร์ตมหากุศลคาราบาวหาเงินให้ท่านเจ้าคุณอลงกตแห่งวัดพระบาทน้ำพุ เม...

Read more

Tattoo Color & The R

News image

เกือบสามชั่วโมงเต็มที่กลุ่มศิลปินเหล่านี้ได้ทุ่มเทพลังกาย (เต้นและกระโดด) พลังเสียง (เพลง) มอบให้แฟนๆ พวกเขาทำได้อย่างดีเยียม VR Thai ขอ...

Read more

Songkran Festival

News image

เทศกาลสงกรานต์ผ่านพ้นไปแล้วนะครับ ประสพผลสำเร็จกันเป็นอย่างดีทุกๆวัด บรรยากาศแต่ละวัดเหมือนเราอยู่บ้านเราเลยทีเดียว บางวัดก็มีการจัดมหรสพรื่นเริง มีการแสดง มีรำวงเหมารอบ ชิงช้าสวรรค์ ม้าหมุน สายไหม ส่...

Read more

Madi Gras

News image

เบื้องหลังความสำเร็จงานมาดิกราส์ โดย ไตรภพ เฮงพูลธนา ผมคลุกคลีกับคนไทยมามาก ศึกษาและค้นคว้าจนรู้จักวัฒนธรรมประเพณีดีครับโปรเจคนี้ผมเป็นคนคิดเอง เราเอามาจาก fairy tales หลายๆเรื่องของไทยเรา บนรถจะบอกเรื่องราว ผมจะไม่พยายาม westernize เลย เส...

Read more

โปงลางสะออน

News image

"ด่วน Exclusive ...

Read more

วันสารทไทย

News image

ร่วมงาน วันสารทไทย หรืองาน ตา-ยาย วันสารทเดือนสิบอาทิตย์ที่ 10 ตุลาคม นี้ ณ วัดป่าพุทธรังษี ลูเมียร์ แคมป์เบลทาวน์ เวลา 9.00 - 16.00 ...

Read more

หนูมิเตอร์

News image

Charity Organization ขอเสนอหนู มิเตอร์ คอนเสิร์ตเตรียมพบกับ หนู มิเตอร์ นักร้องเพลงแนวลูกทุ่งเพื่อชีวิตยอดนิยม ยอดมือกีตาร์ที่ได้รับฉายาว่า กี...

Read more

ราตรีดวงใจแม่

News image

"ราตรีดวงใจแม่"Thai - Australian Association of New South Wealth หรือ สมาคมไทย-ออสเตรเลียน ...

Read more
วีระ บำรุงศรี
Written by Administrator    Saturday, 26 February 2011 07:45    PDF Print E-mail

เอ้า ฮา เฮ่ ฮา....... เฉยช้าอยู่ไย
เอ้า ฮะ ฮ่ะ ไฮ้....... ใครต่อใครร้ายร้ายทั้งนั้นน่ะ
เอ้า ฮิ ฮิ ฮิ............ ดูให้ดีเขาลีลาศกัน
ยักแย้ แย่ยัน..........เห็นเขาเต้นกันเสียวซ่านอุรา
โอ้ โห โอ้ โห.........โย้เย้โยกไป
เอ้า ฮะ ฮ่ะ ไฮ้....... ใครต่อใครย้ายยักควักคว้า

หากเอ่ยชื่อ วิระ บำรุงศรี  เด็กไทยวัยรุ่นสมัยใหม่อาจจะไม่คุ้นเคยกับชื่อนี้ แต่ถ้าย้อนอดีตกลับไปสัก 20 ปี แฟนเพลงคงไม่มีใครไม่รู้จัก “วิระ บำรุงศรี” นักร้องสมาชิกวงดนตรีนาม “เยื่อไม้” คู่กับคุณ อรวี สัจจานนท์ ที่มีผลงานระหว่างปี พ.ศ. 2530 - 2533 ทั้งหมด 13 ชุด โดยเป็นการนำเพลงเก่าของสุนทราภรณ์ และศิลปินครูเพลงลูกกรุง มาบรรเลงใหม่โดยใช้เครื่องดนตรีอคูสติก คุณวีระ เป็นนักร้อง รุ่นใหม่ที่มีเสียงไพเราะที่สุด ร้องเพลงได้ดีทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นลูกกรุง หรือ ลูกทุ่ง เพราะชอบชีวิตที่สันโดษหนึ่งการเป็นคนรู้จักพอเพียงอีกอย่างหนึ่ง ทำให้ชื่อเสียง ค่อยๆเลือนหายไป ลองอ่านประวัติดูครับ

ด้วยบทเพลง “เริงลีลาศ” อันดังกระฉ่อนในยุคนั้นที่เมื่อได้ยินครั้งใดเป็นต้องลุกขึ้นมาเต้น ยักย้าย ส่ายสะโพกสนุกสนานกันถ้วนหน้า และเจ้าของเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของความสนุกหฤหรรษ์มาพร้อมกับบทเพลงดังกล่าวนั่นก็คือ “คุณวีระ”  หรือ “ร.ต.อ.วิระ  บำรุงศรี” ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่ง รองสารวัตรฝ่ายดนตรี กองสวัสดิการ (ดุริยางค์ตำรวจ) 
      ร.ต.อ.วิระ เล่าถึงชีวิตสมัยเป็นนักร้องก่อนก้าวเข้ามาสู่เส้นทางผู้พิทักษ์สันติราษฎร์รับใช้ประชาชนว่า ตนเองและครอบครัวเป็นคน อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ คุณพ่อชื่อ ทองดี บำรุงศรี มีอาชีพเป็นครูสอนดนตรีไทย คุณแม่ชื่อ กิม บำรุงศรี ทำเกษตรกรรม มีพี่น้องเป็นผู้ชายทั้งหมด 3 คน โดยคุณวิระเป็นคนโต 

สมัยเด็กตั้งแต่จำความได้ทั้งตัวเองและน้องอีก 2 คน มักวิ่งเล่นในท้องนาตามประสาเด็กบ้านนอก แม้ว่าพื้นฐานของครอบครัวจะไม่สู้ดีนัก แต่ในทุกๆ วันเมื่อว่างเว้นจากการทำงานทุกคนในครอบครัวก็จะอยู่พร้อมหน้าที่บ้านเพื่อรอฟังเสียงดนตรีไทย อาทิ ซอด้วง ขลุ่ย ตะโพน ที่พ่อทองดีเป็นผู้ขับกล่อมและปลูกฝังให้ลูกทุกคนหัดเล่นดนตรีไทยให้เป็นกันทุกคน นับเป็นความสุขเล็กๆ น้อยๆ ของครอบครัวที่มีให้กัน ด้านการศึกษา ร.ต.อ.วิระ ศึกษาจบระดับมัธยมต้นที่โรงเรียนนครสวรรค์ ก่อนจะย้ายไปเรียนต่อชั้นมัธยมปลายที่โรงเรียนอุทัยวิทยาคม จ.อุทัยธานี เมื่อศึกษาจบมัธยมปลายในปี พ.ศ.2524 เป็นจังหวะที่มีการประกาศสมัครสอบชิงทุนของกระทรวงสาธารณสุขจึงได้ลองเข้าไปสมัครสอบผลปรากฎว่า สามารถสอบติดโควต้าและได้ทุนหลวงไปเรียนต่อที่วิทยาลัยสาธารณสุขที่ จ.พิษณุโลก (ปัจจุบันคือ วิทยาลัยสาธารณสุขสิรินธร อ.วังทอง จ.พิษณุโลก) โดยใช้ทุนหลวงศึกษาร่ำเรียนวิชาการสาธารณสุขเป็นเวลา 2 ปี ก่อนสำเร็จการศึกษาและออกมาทำงานด้านอนามัยต่อโดยสถานีอนามัยแห่งแรกที่ ร.ต.อ.วิระ เข้าทำงานคือ สถานีอนามัยบ้านเนินศาลา อ.โกรกพระ จ.นครสวรรค์ ทำงานอยู่สักระยะก็ได้ย้ายไปประจำที่สถานีอนามัยบ้านตะเข้ค่าย ต.วังใหญ่ อ.ท่าตะโก กระทั่งกลับมาประจำที่สถานีอนามัยห้วยลำไย ต.หนองพิกุล อ.ตากฟ้า ในปี พ.ศ.2529

 เยื่อไม้ มี ทั้งหมด 13 ชุด นี่เป็นรายการเพลงเอกของแต่ละชุด

  • เริงลีลาศ
  • ฟลอร์เฟี่องฟ้า
  • พรานล่อเนื้อ
  • สักวันหนึ่ง
  • สาวอัมพวา
  • สาวนครชัยศรี
  • ลาทีปากน้ำ
  • สุดเอื้อมมือถึง
  • ผู้ครองฟ้า

วงมะลิลา บราซิลเลี่ยน มีเพลงที่สร้างชื่อเสียงโด่งดัง

  • กล้าได้กล้าเสีย
  • ปลายฟ้า
  • ไม่อ้วนเอาเท่าไร
  • ฟองสบู่
  • เธอก็แค่โซดา

 

ก้าวสู่เส้นทางศิลปิน
   ช่วงที่ทำงานสถานีอนามัย ร.ต.อ.วิระ มีโอกาสดูการประกวดร้องเพลงทางโทรทัศน์ ด้วยความคิดที่อยากมีรายได้เสริมจากการเป็นพนักงานอนามัยซึ่งมีเงินเดือนประจำไม่มากนักทำให้เกิดความคิดที่อยากจะประกวดร้องเพลงบ้าง เพราะมองว่า จากที่ดูผู้เข้าประกวดร้องเพลงแต่ละคนแล้ว ฝีมือก็ไม่เท่าไหร่ประกอบกับตนเองได้รับการถ่ายทอดวิชาความรู้การเล่นเครื่องดนตรีไทยและร้องเพลงจากพ่อทองดีติดตัวมาตั้งแต่เล็กๆ จึงมีความมั่นใจที่จะต้องเป็นคนหนึ่งที่คว้าแชมป์การประกวดร้องเพลงดังกล่าวให้จงได้ และผลจากความมุ่งมั่นของ ร.ต.อ.วิระ นั่นเองที่หลังจากเข้าร่วมประกวดร้องเพลงได้ไม่นานก็สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศร้องเพลงเป็นแชมป์ประจำสัปดาห์ในเวลานั้นได้อย่างน่าภูมิใจ
  “การประกวดร้องเพลงและคว้าแชมป์มาครองได้ในครั้งนั้นถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในชีวิตเพราะ บริษัท คีตา เรคคอร์ดส ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ในสมัยนั้นติดต่อให้เข้าไปร้องเพลงร่วมกับนักดนตรีโดยใช้ชื่อวง เยื่อไม้ ด้วยการเอาเพลงเก่ายุคสุนทราภรณ์นำกลับมาร้องใหม่ ทั้งนี้บทเพลงที่ถือว่าทำให้วงดนตรีเยื่อไม้ดังเปรี้ยงปร้างเป็นที่รู้จักมากที่สุดคงต้องยกให้เพลง “เริงลีลาศ” ที่มีจังหวะเต้นโดนใจแฟนเพลงไปตามๆ กัน” ร.ต.อ.วิระ กล่าว
  นับตั้งแต่ปี 2529 วงเยื่อไม้ได้ตระเวนทัวร์คอนเสิร์ตทั้งในและต่างประเทศ ชีวิตในแต่ละวันของ ร.ต.อ.วิระ ในช่วงนั้นเรียกว่า แทบไม่มีเวลาหยุดพักหายใจ เมื่อมีกำหนดต้องออกเดินทางไปร้องเพลง ร.ต.อ.วิระ ก็ต้องตีตั๋วขึ้นรถทัวร์ที่วิ่งไป-กลับ กรุงเทพฯ-ตาคลี เพื่อเดินทางเข้ามาร้องเพลง เสร็จจากภารกิจแสดงดนตรีก็ต้องนั่งรถเดินทางกลับไปทำงานต่อที่นครสวรรค์เช่นเดิม ยิ่งวันที่ต้องเดินทางกลับบ้านช่วงกลางคืนก็ต้องเตรียมตัวแบกกระเป๋าสัมภาระเต็มตัวเพื่อมาซื้อตั๋วรอรถที่สถานีหมอชิตตั้งแต่ห้าทุ่ม  เที่ยงคืน มานอนคุดคู้คอยรถทัวร์บนเก้าอี้พักผู้โดยสารสีส้มเพราะกลัวว่าจะมาไม่ทันหรือมีผู้โดยสารจองตั๋วเดินทางกลับไปจนหมด มือก็โบกพัดปัดป่ายแมลงและยุงที่คอยมาตอมกินเลือดอยู่เช่นนั้นทั้งคืน และก็ดูเหมือนจะกลายเป็นกิจวัตรประจำชีวิตของนักร้องวงเยื่อไม้ผู้นี้ไปเสียแล้ว ต่อมาวงดนตรีเยื่อไม้มีเหตุให้ต้องยุบวง ถึงกระนั้นชายชื่อ “วิระ” ก็ยังคงตระเวนร้องเพลงตามงานต่างๆ

... ปลายฟ้า......

 แค่หลับตาลงคงพบกัน

โอบกอดดวงใจสายสัมพันธ์

ท่ามกลางความฝันของเรา.....................

จนในที่สุดทางต้นสังกัดเดิมเห็นถึงความมุ่งมั่นทุ่มเทให้กับการร้องเพลงจึงติดต่อ ร.ต.อ.วิระ ร่วมทำวงดนตรีขึ้นมาใหม่อีกครั้งในปี 2534 ใช้ชื่อวงว่า “มะลิลา บราซิลเลี่ยน” ซึ่งก็ไม่เสียเที่ยว แฟนเพลงยังคงให้การต้อนรับเหมือนเดิม สำหรับเพลงฮิตติดหูของวงมะลิลา บราซิลเลี่ยนนั้น ได้แก่ เพลง “ปลายฟ้า” และเพลง “ไม่อ้วนเอาเท่าไหร่” นั่นเอง กระทั่ง ร.ต.อ.วิระ ตัดสินใจลาออกจากการเป็นพนักงานอนามัยเพื่ออุทิศให้กับการทำงานด้านดนตรีซึ่งเป็นสิ่งที่ตนเองรักได้อย่างเต็มที่ในเวลาต่อมา
ดนตรีกับสีกากี 
      หลังจากทำวงดนตรี “มะลิลา บราซิลเลี่ยน” ได้ระยะหนึ่ง กรมตำรวจ เปิดให้มีการสอบภายในสำหรับบุคคลทั่วไปที่มีความสามารถพิเศษ ด้วยความที่ ร.ต.อ.วิระ เป็นผู้มีใจรักเรื่องดนตรีและเสียงเพลงอยู่แล้ว แต่อีกด้านหนึ่งของชีวิตก็มีสิ่งที่ใฝ่ฝันตามประสาเด็กผู้ชายเหมือนกับ “ด.ช.วิระ” ที่วัยเด็กฝันอยากใส่ชุดเครื่องแบบของตำรวจที่ดูสง่า มีเกียรติและศักดิ์ศรีดูสักครั้ง ประกอบกับโลกของความเป็นจริงที่มีแต่หมุนไปข้างหน้าเหมือนกับวงดนตรีในยุคเก่าที่เมื่อถึงวันหนึ่งก็ต้องเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา โดยหลังจากที่หยุดพักวงดนตรีมะลิลา บราซิลเลี่ยน ช่วงปี 2538 ก็ออกมาเดินตามความฝันที่อยากเข้ารับราชการตำรวจซึ่งนับเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญด้วยตัวเองอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้คุณ “ยอดรัก สลักใจ” ที่ได้รู้จักพูดคุยจากที่อยู่วงการเพลงด้วยกันก็ชักชวนให้ลองเข้าไปสอบตำรวจอีกด้วย
       จากการสอบคัดเลือกตำรวจครั้งนั้นเองทำให้อดีตนักร้องนำวง เยื่อไม้ และวงมะลิลา บราซิลเลี่ยน อย่าง นายวิระ ได้ผันตัวเองมาทำงานราชการเป็นตำรวจรับใช้สังคมอย่างเต็มตัวโดยไต่เต้าจากพลตำรวจชั้นประทวนธรรมดาใช้วุฒิปริญญาตรีสอบแข่งขันเป็นนายตำรวจสัญญาบัตรเมื่อปี 2541 กระทั่งปัจจุบันได้รับตำแหน่ง ร.ต.อ.วิระ บำรุงศรี รองสารวัตรฝ่ายดนตรี กองสวัสดิการ (ดุริยางค์ตำรวจ) ดังเช่นทุกวันนี้
ชีวิตบนพื้นฐานใฝ่ดี มีคุณธรรม    
      แม้สามารถสอบติดตำรวจ แต่ ร.ต.อ.วิระ เชื่อว่า คุณค่าของคนเราจะดีได้ไม่ใช่จากตำแหน่ง หน้าที่การงาน หากแต่การใฝ่ที่จะเรียนรู้อันจะเป็นเครื่องมือติดตัวยามเอาตัวรอดไปจนวันสุดท้ายของชีวิต โดย ร.ต.อ.วิระ ได้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎจันทรเกษมเมื่อปี พ.ศ.2540 ในขณะทำงานราชการตำรวจ และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ สาขาวิชาการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยรามคำแหง ปี พ.ศ.2550 และปัจจุบัน ร.ต.อ.วิระ อยู่ระหว่างการทำดุษฎีนิพนธ์ปริญญาเอกสาขาการบริการงานดนตรี ที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม  ทั้งนี้ ร.ต.อ.วิระ เคยได้รับเกียรติประวัติ “ตำรวจมนุษยสัมพันธ์ดีเด่น” จากกรมตำรวจ ปี พ.ศ. 2551 สมัย พล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์ เตมียาเวช เป็น ผบ.ตร.อีกด้วย
เบื้องหน้ารับใช้สังคมด้วยเสียงเพลง เบื้องหลังช่วยเหลือสุนัขที่หิวโหย
      กิจวัตรประจำวันของ ร.ต.อ.วิระ หลังเสร็จงานก็จะเดินทางกลับที่พักจัดแจงถอดเครื่องแต่งกาย ไม่นานก็จะเดินออกจากที่พักพร้อมถังที่ด้านในใส่ข้าวสุกเตรียมไว้และปลากระป๋องจำนวนหนึ่งนำมาเทใส่ข้าวคลุกเคล้าให้เข้ากันจนได้ที่นำไปให้สุนัขจรจัดจำนวนกว่า 70 ตัว ความรักและความเมตตาของ ร.ต.อ.วิระ ที่มีต่อสุนัขจรจัดเหล่านี้ เป็นภาพที่คุ้นเคยของบรรดาเพื่อนตำรวจและชาวบ้านที่พักอาศัยอยู่ในละแวกเดียวกัน การให้ข้าวสุนัขจรจัดของ ร.ต.อ.วิระ นั้นไม่ใช่ว่าเพิ่งมากระทำ หากแต่ให้อาหารสุนัขจรจัดมาตั้งแต่ตอนเป็นเด็กแล้ว เนื่องจากเข้าใจสุนัขที่แม้จะเป็นสัตว์แต่ก็มี 1 ชีวิต เฉกเช่นมนุษย์ มีความรู้สึก เจ็บ ป่วย โกรธ หิว ไม่ต่างกัน 
Last Updated ( Sunday, 01 May 2011 15:43 )