Home > Interview > วิทวัส สุนทรวิเนตร

วิทวัส สุนทรวิเนตร

Tuesday, Mar 9, 2010

เปิดอก.....วิทวัส สุนทรวิเนตร

กลับ บ้านเรา เราไปเป็น first class นะครับ เราไม่ใช่ second class เหมือนเราอยู่ที่นี่ น้องๆ นักศึกษาที่มาเรียนอย่างน้อย ก็ต้องได้ภาษาดีกว่าละ

VR : คนที่ซิดนีย์พูดกันว่าซิดนีย์เป็นเหมือนบ้านที่สองของคุณวิทวัส
วิทวัส : ผมเรียนจบที่ Curtin University ที่ Perth หรือชื่อเดิม Western Australian Institute of Technology (WAIT) เมื่อ 30 ปีที่แล้ว กลับมาทำงานที่ซิดนีย์ แต่งงานที่ซิดนีย์ ลูกก็เกิดที่นี่ 2 คน กลับมาเกิดที่เมืองไทย 1 คน แล้วทั้ง 3 คนรวมทั้งภรรยาผมถือพาสปอร์ตออสซี่กันหมดครับ ยกเว้นผมอยู่คนเดียว ผมมีบ้านมีช่องอยู่ที่นี่ มีญาติอยู่ที่นี่ พรรคพวกเพื่อนฝูงอยู่ที่นี่ก็เยอะ มีคนลือว่าผมมีบ้านที่นี่ ไม่ต้องลือครับเรื่องจริง (หัวเราะ) ผมมีทาวน์เฮ้าส์อยู่หลังนึง แล้วก็มีคอนโดหรือที่เรียกว่าอพาร์ตเม้นท์อีกที่หนึ่งอยู่ที่เดียวกัน ที่ Kingsford เอาไว้ให้ลูกๆเรียนหนังสือ ครับ ซิดนีย์เป็นบ้านที่สองของผมจริงๆ แล้วก็เป็นอย่างนี้มาตั้งนานแล้วครับ
VR : คุณวิทวัสเคยทำงานที่ช่อง 9 ตอนนั้นทำอะไร
วิทวัส : ผมทำงานที่ช่อง 9 CNN Channel 9 ที่ Willoughby ทางฝั่ง North Sydney ผมเป็น Art Director ให้กับรายการเกมส์โชว์เด็กในช่วงต้น ต่อมารายการเกมส์โชว์ถูกยุบไป เขาก็ย้ายผมมาอยู่แผนกข่าวกับ Brian Henderson ถ้าอยู่ออสเตรเลียนานต้องรู้จักและคงจะจำได้คนที่ต่อจาก Ray Martin นั่นแหละครับ ทำอยู่ประมาณ 7 ปี แล้วก็ลาออกกลับเมืองไทย
VR : ทราบว่าเป็นคนแรกที่เข้าไปวาดรูปในศาล
วิทวัส : ก็ตอนอยู่แผนกข่าวนั่นแหละครับ มีอยู่วันนึงซึ่งเขาต้องมีการเสนอข่าวในศาล แล้วปรากฏว่าศาลสั่งห้ามช่างภาพเข้าไปถ่ายในศาล เขาก็โหวตกัน แผนก Graphic ของฝ่ายข่าว เขาโหวตผมอาจจะเห็นผมวาดรูปสเก็ต รูปแม่นกว่าฝรั่งคนอื่นมั้ง (หัวเราะชอบใจ) แล้วผมก็กลายมาเป็น Courtroom Sketcher ตั้แต่นั้นเป็นต้นมา แต่มันไม่ได้มีตลอดเวลา นานๆครั้งต้องเป็น case ใหญ่ๆระดับชาติ มีทีไรเขาก็ส่งผมไป จนผมลาออกกลับเมืองไทย
VR : ทักษะตรงนี้เอามาจากที่ไหน
วิทวัส : ผมเป็นเด็ก Art ครับ ผมเรียน graphic เรียน Design ตั้งแต่สมันเรียนที่ Perth แล้วก็เป็นคนที่ Drawing ค่อนข้างแม่น วาดคนเป็นคนจริงๆ ไม่เป็นสุนัข ว่างั้นเถอะ (หัวเราะ) มีเรื่องนึงเป็นความภาคภูมิใจ ตอนนั้นมีพวก Bikie ตีกันฆ่ากันตายที่ Penrith ตอนนั้นผมลาออกมาแล้วกำลังเตรียมตัวจะกลับเมืองไทย ช่อง 9 โทรมาตามตัวบอกหาคนทำ ไม่ได้ ผมบอกตอนนี้ราคาผมแพงนะ เขาบอกแพงแค่ไหนก็สู้ ก็รับงาน เขา
เอา Helicopter มารับจาก Willoughby ไป Penrith บินจากฝั่ง North ไป West เป็นครั้งแรกของผมและคิดว่าน่าจะเป็นคนไทยคนแรกๆนะได้มาบินขึ้นไปบน Harbour Bridge อย่างงี้ มองลงมา Opera House จาก Top View มันเป็นอะไรแหม ตื่นเต้น ไปกับนักบิน 2 คน ถามเขาว่าตอนกลับฉันจะได้ผ่านอีกไหม เขาบอกได้ซิ ได้นั่งไปกลับอีกตั้งหลายเที่ยว เพราะ case มันหลายวัน (หัวเราะอย่างมีความสุข) เป็นความภาคภูมิใจนะลาออกแล้ว ยังมาตามเรากลับไปทำ กำลังจะกลับเมืองไทยแล้วด้วย
VR : ดูๆแล้วที่ซิดนีย์ก็ประสพผลสำเร็จดีทางด้านหน้าที่การงาน การกลับเมืองไทยมีคนเชื่อว่าคุณวิทวัสวางแผนชีวิตล่วงหน้าไว้แล้วเป็นอย่าง ดี
วิทวัส : คำว่าวางแผนเห็นทีจะไม่ใช่ ผมไม่เคยออกแบบชีวิตตัวเอง Go with the flow ครับ อยากกลับก็กลับเลย มาถึงก็ทำงานบริษัทโฆษณาได้พักนึง พอดูโทรทัศน์ก็เห็น ดร. สมเกียรติ อ่อนวิมล เสนอรายการข่าว เอ๊ะ มันก็น่าสนใจมันเหมือนๆกับที่เราเคยทำกับ Brian Henderson ที่นี่ ก็เสนอตัวเข้าไปคุยกับ ดร. สมเกียรติ นั่นคือจุดเริ่มต้นทั้งหมดครับ
VR : มีคนไทยจำนวนมากเลยทีเดียว นี่รวมไปถึงน้องๆนักเรียนไทยจำ�นวนมากที่พยายามทุกวิถีทางที่จะใช้ชีวิตอยู่ ที่ออสเตรเลียให้ได้ อยากจะได้ PR เพื่อจะได้อยู่ที่นี่ ทำงานที่นี่ มีทั้งสมหวังและผิดหวัง บางคนก็ประสพผลสำเร็จ คนที่ไม่ประสพผลสำ�เร็จก็ต้องอยู่อย่างหลบๆซ่อนๆ อยากจะให้คุณวิทวัสพูดในฐานะคนที่เคยมีประสพการณ์การใช้ชีวิตที่นี่มาก่อน มันจะเป็น The end of the world ไหม?
วิทวัส : ไม่ใช่ แน่นอน โลกไม่แตกแน่นอนครับ ผมเคยใช้ชีวิตที่นี่มาก่อน หากเราเชื่อว่าเรามีความสามารถกลับบ้านเราเถิดครับ ยังมีที่ว่างอีกเยอะ บ้านเรายังต้องการคนมีความสามารถไปช่วยพัฒนาบ้านเมืองเรา อย่าลืมนะครับ ถ้าคุณเป็นคนมีคุณภาพจริงๆกลับบ้านเราๆไปเป็น first class นะครับ เราไม่ใช่ second class เหมือนเราอยู่ที่นี่ น้องๆนักศึกษาที่มาเรียนอย่างน้อยก็ต้องได้ภาษาดีกว่าละ แต่อย่าไปรวมกันเฉพาะหมู่คนไทยจะไม่ได้อะไร ถ้าอย่างนั้นเรียนในเมืองไทย โรงเรียนอินเตอร์หรือคอร์สเยอะแยะที่เรียนด้วยภาษาอังกฤษ ไม่ต้องเสียเงินมาเรียนถึงที่นี่

comments powered by Disqus