Home > Interview > พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง

พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง

Tuesday, Apr 27, 2010

ผมว่าทุกคนก็อยากจะพูดเหมือนผมแหละครับถ้ามีโอกาศเพราะเรามีหัวใจเดียวกัน

วันนี้ VR จะพาคุณๆผู้อ่านไปพบกับผู้ชายที่ชื่อ อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง นักแสดงเจ้าบทบาทที่ได้รับรางวัลการแสดงมาครอบครองทั้งผลงานทางจอแก้วและจอ เงินแทบทุกสถาบัน ร็อกเกอร์รุ่นใหญ่ และผู้กำกับมือทอง เจ้าของวาทะแห่งปี "ศีรษะนี้มอบให้พระเจ้าแผ่นดิน" ในงานประกาศผลและมอบรางวัลนาฏราช ครั้งที่ 1 ณ หอประชุมกองทัพเรือ เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 พงษ์พัฒน์ได้รับรางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม ในละครเรื่อง พระจันทร์สีรุ้ง ซึ่งยอมพลิกบทบาทแสดงเป็นสาวประเภทสองผู้อาภัพที่พยายามเปลี่ยนแปลงตัวเอง เป็นชายเป็นพ่อเพื่อจะเลี้ยงดูลูกชายให้เติบโตเป็นคนดีของสังคม ซึ่งเมื่อขึ้นรับรางวัล และกล่าวขอบคุณ ก็ถือโอกาศกล่าวเทิดทูนและปกป้องในหลวง ได้สร้างความฮือฮาและซาบซึ้งให้แก่นักแสดงด้วยกันและแขกที่มาร่วมงานเป็น อย่างมาก อีกทั้งผู้ชมการถ่ายทอดทางบ้านในคืนนั้นและได้กลายเป็นฮีโร่คนใหม่เพียงชั่ว ข้ามคืน แต่ก็เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนอินเทอร์เน็ตที่ออกมามีทั้งเห็นด้วยและขัด แย้ง

VR : มีผลงานแสดงหรือกำกับอะไรอยู่ในขณะนี้

พงษ์พัฒน์ : งานกำกับมีวายุภัคมนตรา เป็นละครโรแมนติค มีผีๆเข้ามาปนหน่อยคอยดูกันครับ สนุกดี ทำฉลองครบรอบ 40 ปีของช่อง 3 มี 4 เรื่องเป็นซีรี่ย์ ใช้ผู้จัด 4 คณะ ผู้กำกับ 4 คน ก็เป็นเรื่องของพี่น้อง 4 คน ดิน น้ำ ลม ไฟ ผมกำกับเรื่องลม วายุ เรื่องแรกเป็นเรื่องของน้ำ ธาราหิมาลัย  ดวงใจอัคนี ปฐพีเล่ห์รัก วายุภัคมนตราเรื่องแรกก็จะออนแอร์ประมาณเดือนตุลาคม แล้วก็ต่อไปเรื่อยๆ ส่วนงานแสดงมีเรื่องเจ็ดประจันบาน ตอนนี้ถ่ายเกือบเสร็จแล้ว เป็นเรื่องแอคชั่นตลกทางช่อง 3 น่าจะออกตอนตุลาหรือพฤศจิกา อีกเรื่องเขาถ่ายกันแล้วแต่ผมยังไม่เข้าฉากเรื่องอะไรนะ เดี๋ยวคิดก่อน วนิดา (ไม่ใช่ วนาลี เสียงผู้กำกับในชีวิตจริงบอกบทพร้อมกับค้อนเป็นวงเล็กๆ) เออใช่ (รับคำภรรยาอย่างว่องไว)

VR : ในสายตาของแฟนๆผู้ชายบอกชอบคุณอ๊อฟเพราะดิบๆดี แฟนๆผู้หญิง 30 up บอกแมนมาก 30 ลงมาบอกดูเป็นผู้ชายอบอุ่นและรักครอบครัว จากเรื่องพระจันทร์สีรุ้ง โดยเฉพาะแฟนๆผู้หญิงบอก โถ พี่อ๊อฟทำไปได้

พงษ์พัฒน์ : เงินครับเงิน (หัวเราะชอบใจ) เป็นนักแสดงบทอย่างนี้ต้องกระโดดรับเลย ยิ่งบทไกลตัวเราเท่าไหร่ ยิ่งเล่นยาก มันยิ่งท้าทายเล่นไปแล้วมันสนุกแล้วก็ได้อารมณ์ ถ้าเป็นนักแสดงอาชีพจริงๆแล้วต้องรับ

VR : เข้ามาในวงการแสดงได้อย่างไร

พงษ์พัฒน์ : เล่นละครก่อน พศ. 2528 มันเริ่มจากการไปเล่นเกมส์โชว์ชื่อเกมส์อะไรน้า นึกไม่ออก ยุคพลิกล็อก มาตามนัดนี่แหละครับ ผู้จัดละครเห็นเราในเกมส์โชว์ ผมไปเล่นแบบสบายๆ ขำๆ รีแล็กซ์ๆ เขาก็เรียกมาเทสท์หน้ากล้องไว้เผื่อจะทำอะไร พอดีเขากำลังจะเปิดตัวละครเรื่องใหม่ที่ต้องการนักแสดงที่มีทักษะการฟันดาบ ผมจบพลศึกษามา ไป audition ทำ casting อยู่ประมาณเกือบเดือน workshop เลยเรียนการแสดง พอดีผ่านเขาก็รีบเปิดกล้อง ก็เลยได้แสดงละครเรื่องแรก เมฆินทร์พิฆาต ทางช่อง 3 ทีนี้ก็ได้แสดงเรื่อยๆ

VR : แล้วผันตัวมาเป็นนักร้องได้ยังไง

พงษ์พัฒน์ : ผมไปร้องเพลงที่ช่อง 7 เขาเอาดาราไปร้องเพลงวันปีใหม่ ต้องโทษอดีตแฟนผมซึ่งปัจจุบันเป็นภรรยาพี่เข้าใจนะ ผมไม่หัวขาดนะ (หันไปมองรอบๆอย่างคนที่ภรรยากลัว) วันนั้นผมจะเบี้ยวแล้ว ไม่เคยร้องต่อหน้าสาธารณะชน เขาบอกไม่ได้นะ รับปากเขาแล้ว ก็เลยร้องเพลงคาราบาว บาปบริสุทธิ์ ก็ feedback ดี หลังจากนั้นไปออกรายการ concert contest ของ JSL ร้องเพลงของหนุ่ย อำพลกับพี่ป้อม อัสนีย์ มีผู้ชายคนนึงมายืนมองดูแล้วกวักมือเรียกบอก กูจะเอามึงร้องเพลง หามานานแล้วนักร้องที่หน้าตาก็เลวเสียงร้องก็เลว (หัวเราะชอบใจ) คนๆนั้นคือพี่จิก ประภาศ ชลศรานนท์ แกก็เอาโครงให้ดูเลยนะว่าจะทำประมาณอย่างงี้ๆ แต่งไว้ให้แล้ว คุณฉัตรชัย ดุริยปราณีต เอ้า เอา ไปฟังดู ฟังแล้วเราก็ชอบๆๆ พวกเพลงตัวสำรอง อีกนาน แล้วก็สมใจพี่จิกเขาอยากได้ ทั้งเหน่อทั้งเพี้ยน (หัวเราะชอบอกชอบใจ) ผมร้องจากใจใช้หัวใจร้องมันก็ร้องได้แค่นั้น แต่มันได้ใจผมไป (พูดอย่างถ่อมตัว) เราไม่ใช่นักร้องอาชีพที่ถูกเทรนมา

VR : ขอเรื่องเบาๆบ้าง เรื่องครอบครัวนะครับ แฟนๆสนใจเพราะทราบกันว่าเป็นคนที่รักครอบครัวมีหลักการครองเรือนอย่างไรพอ เล่าให้ท่านผู้อ่าน VR ทราบบ้างได้ไหม?

พงษ์พัฒน์ : เรื่องเบาเหรอครับ ผมว่าเรื่องหนักนะ ผมพูดไปนี่คุณแม่บ้านบอกเออ พูดดีชอบ คุณพ่อบ้านอาจจะบอก แกพูดอะไรของแก ตามไปตื๊บผมเอาได้นะพี่ (หัวเราะเสียงดัง) ผมว่าชีวิตคู่แต่ละคนไม่เหมือนกัน เอาเป็นว่าผมเล่าเรื่องคู่ผมดีกว่าอยู่กันมา 20 ปี มีลูกสาวคนนึง ลูกชายคนนึง ลูกสาวผมก็เรียนอยู่ที่นี่นะพี่ เราโชคดีทำอาชีพเดียวกันเลยเข้าใจกัน เขาเหนื่อยเราก็ดูแลเขาเราเหนื่อยเขาก็ดูแลเรา ถ้อยทีถ้อยอาศัยกันนะ มันไม่มีทฤษฎีนะพี่ คู่ใครคู่มันหาจังหวะกันให้ดี แล้วก็คู่ผมไม่ใช่รักกันที่สุดในโลกหรอก มีคนที่รักกันมากกว่าคู่ผมตั้งเยอะนะพี่ เผอิญอาชีพเรามันผ่านสื่อก็เลยเหมือนเรารักกันม้ากมากเหลือเกิน

VR : เรื่องที่คุณแดง (ธัญญา โสภณ) เป็นคนเก็บเงินแล้วจ่ายให้ใช้เป็นวันๆ

พงษ์พัฒน์ : ยังเป็นคำถามอยู่อีกเหรอพี่ เค้าไม่รู้กันหมดแล้วเหรอ (ทุกคนในห้องหัวเราะพร้อมกัน) ผมว่าเค้ารู้กันหมดแล้ว (เรื่องจริงคะ ก็เป็นภรรยานี่คะ ต้องดูแลผลประโยชน์ของสามี ก็เบิกใช้เป็นเรื่องๆ คุณแดงแก้ต่าง)

VR : คำถามที่หนักที่สุดของวันนี้ ตอบก็ได้ไม่ตอบก็ได้ ตามสบาย เป็นไงครับ ศีรษะนี้มอบให้พระเจ้าอยู่หัว ขอความรู้สึกครับ

พงษ์พัฒน์ : ผมว่าที่ผมพูดไปมันตรงๆนะออกจากใจ เรื่องของการเมืองมีไปเถิดครับ กี่สี กี่พรรค แต่พระเจ้าอยู่หัวเรามีพระองค์เดียว หลายๆข้างดีครับ มีสีเดียวมันเผด็จการ ผมชอบนะ ดีด้วยซ้ำ มีหลายๆฝ่าย ไม่ผูกขาดทำให้บ้านเมืองเราเจริญรุดหน้า แต่เมื่อมีใครบางคนกล้าล่วงเราจะทนฟังอยู่ได้อย่างไร ที่พูดไปวันนั้นก็มีแค่นั้น พระเจ้าอยู่หัวเรามีพระองค์เดียว ทรงงานมา 60 กว่าปี วันนี้เราควรจะมีหน้าที่ดูแลพระองค์ท่าน ปกป้องพระองค์ท่านมั่งก็แค่นั้น ที่ผมทำมันแค่กระผีกเดียวเป็นละอองธุลีเทียบไม่ได้กับที่พระองค์ท่านทรงทำ ให้กับประชาชนคนไทยเรา ผมว่าทุกคนก็อยากจะพูดเหมือนผมแหละครับถ้ามีโอกาศ เพราะเรามีหัวใจเดียวกัน

comments powered by Disqus