Home > Interview > จิ้ม ชวนชื่น

จิ้ม ชวนชื่น

Thursday, Jul 29, 2010

Dialogue ข้างล่างนี้เราตัดบางส่วนมาจากรายการสนทนาในรายการไทยอีสานเรดิโอ Episode 28 ซึ่งออกอากาศในวันอังคารที่ 20 เมษายน 2010 ที่สถานีวิทยุ WOW FM 100.7 เวลา 3 ทุ่มตรงถึง 5 ทุ่ม

Dialogue ข้างล่างนี้เราตัดบางส่วนมาจากรายการสนทนาในรายการไทยอีสานเรดิโอ Episode 28 ซึ่งออกอากาศในวันอังคารที่ 20 เมษายน 2010 ที่สถานีวิทยุ WOW  FM 100.7 เวลา 3 ทุ่มตรงถึง 5 ทุ่ม  วันนั้นมีผู้ดำเนินรายการ คือ ผมเอง น้องจุ๋ม ธาฤดี ยวมินทร์ และ น้องเจี๊ยบ แจ่มผกา สีบุญเรือง เราสนทนากับดาราตลกชื่อดัง จิ้ม ชวนชื่นหรือ คุณนพดล ทรงแสง ตลกเอกหนื่งในสมาชิกคณะชวนชื่น ซึ่งเป็นตลกครอบครัวที่โด่งดังที่สุดในประเทศไทย นอกจากอารมณ์ขันและเสียงหัวร่อที่มาเป็นระลอกๆตลอดรายการ 2 ชั่วโมงเต็มๆแล้ว ยังมีสาระและแนวคิดมุมมองที่ดี ความสนุกทำให้เราทั้งสามคนมีความรู้สึกว่าเวลาหมดเร็วโดยไม่รู้ตัว เราอดไม่ได้ที่จะนำมาแบ่งปันท่านผู้อ่านที่พลาดรายการไป
(เปิดเพลง หัวใจเผลอ - จิ้ม ชวนชื่น Track 1)
ครับ แขกรับเชิญของเราท่านนี้เป็นดาราตลกอารมณ์ดี ผู้ชายตัวกลม หน้าตาชื่นมื่นชวนให้ชื่นบานตลอดเวลาเป็นคุณพ่อของลูกสาว 2 คน คนโตวัยยี่สิบสี่ปี จบมหาวิทยาลัยแล้วทำงานช่วยคุณพ่อที่บริษัท จบจิตวิทยา แล้วไม่ยอมเป็นตลก ส่วนคนเล็กสิบสี่ขวบ และภรรยาอีกหนึ่งคน ไม่เจ้าชู้เหมือนดาราตลกทั่วไป เขายังเป็นนักวางแผนชีวิตให้กับตัวเอง ครับ ตามทฤษฎี พ่อหลวงของเราเปี๊ยบเลยครับเศรษฐกิจพอเพียง ดาวตลกผู้มีคติประจำใจ “แค่ทำดีกับตัวเองมันก็กลายเป็นตัวอย่างที่ดีเผื่อแผ่ไปถึงคนอื่นในสังคม” ขอเชิญท่านผู้ฟังพบกับคุณนพดล ทรงแสง หรือที่เรารู้จักเขาในชื่อ จิ้ม ชวนชื่น วันนี้คุณจิ้มย่างเข้าสู่วัย 46 ปี ใช่ไหมครับ
ใช่ ครับ ขอผมทักทายท่านผู้ฟังทางบ้านก่อนได้มั้ยครับพี่ สวัสดีพี่น้องชาวไทยในซิดนีย์แฟนๆไทยอีสานเรดิโอ สีสันของคนไทย เพื่อคนไทยแห่งนี้ครับ ขอเสียงปรบมือต้อนรับหน่อยครับ (ฮา)
ภรรยาชื่อ คุณจุก หรือ อำพร ทรงแสง ใช่ไหมครับ
ตอบไม่ใช่ ได้หรือเปล่าละครับ ถ้าไม่ได้ก้อต้องบอกว่าใช่แล้วครับ (ฮา)
ที่ ถามก็เพื่อจะเช็คครับ ว่ายังจำชื่อภรรยาได้ไหม เพราะทุกแห่งเลยจะพูดถึงคุณจิ้มในลักษณะคุณพ่อตัวอย่าง รักครอบครัว ไม่เจ้าชู้ซึ่งหาได้ยากในสังคมไทยในปัจจุบันนี้
โอ้โฮ พี่หันกลับไปดูภรรยาผมซินั่งยิ้มกริ่มอยู่นั่นครับ
(ภรรยาคุณจิ้มและลูกสาวซึ่งมาให้กำลังใจนั่งอมยิ้มอยู่อีกมุมนึงของห้องส่ง)
เพลง ที่จบไปแล้วนั้นคือ เพลง หัวใจเผลอ จากอัลบั้มลูกทุ่งตลกตลับทอง ของสมาคมศิลปินตลกแห่งประเทศไทย ผลิตมาเฉพาะกิจเพื่อหารายได้เข้าสมาคมใช่ไหมครับ
ใช่ ครับ แล้วก็หมดแล้ว ตอนนี้ถ้าอยากได้ต้องไรท์แจกกัน หมดแล้วหมดเลย บริษัทเขาทำมาเพื่อหาเงินก้อนนึงเอาไว้ช่วยศิลปินตลกที่เกิดเจ็บป่วย รายได้น้อย อุบัติเหตุ เป็นกองทุน อะไรอย่างงั้นครับ
มีใครร้องบ้างครับในชุดนี้



เยอะนะ ครับ มีเอ๊ดดี้ ผีน่ารัก  พี่เอ๊ดดี้ก็ไม่อยู่แล้ว อื้อย เพิ่งนึกได้เสียชีวิตไปแล้ว มีจาตุรงค์ ม๊กจ๊ก พี่ชูศรี พี่สีหนุ่ม โก๊ะตี๋ หยอง ลูกหยี โฮ เยอะพี่ทั้งหมดรวม 12 เพลง คนละเพลง บางเพลงก็ร้อง 2 คน ทั้งหมดนี่ต้องขอบคุณผู้บริจาคเพลงทั้งหมด คือ ดาราตลก อาจารย์ดาร์กี้ ขี้เมา หรือ คุณไพฑูรย์ ขันแก้ว แต่งเพลงดังๆไว้เยอะมาก เด็กมันยั่ว ทำไมน้องไม่แต่งงาน อยากมีเมีย รักแม่ม่าย รักน้องเมีย เด็กเอ๊าะเอ๊าะ ของพี่แอ๊ว ยอดรัก หรือแม้แต่ เพลงหัวใจเผลอ ที่ผมร้องที่เพิ่งเปิดไปก็เป็นผลงานของอาจารย์ดาร์กี้
ได้ข่าวว่าเพลงนี้คุณจิ้มร้องเที่ยวเดียวเอาเลย
ใช่ ครับ ร้องแบบประหยัด ไม่อยากให้ต้นทุนสูง ทำรวบรัดมาก ประหยัดค่าห้องอัด ค่าอะไรทุกอย่าง มาถึงก็เข้าอัดๆ เอากันเลยทำเร็ว จองเวลา จองคิว มาเข้าคิวรออัดกัน พี่ชูศรี พี่สีหนุ่ม ก็รอจ่อผมอยู่ ร้องหลายเที่ยวไม่ได้ แต่ละคนร้องรวดเดียวเพราะต้องช่วยกันเซฟ
คนจะพูดเรื่อยนะครับว่า ตลกส่วนใหญ่จะเติบโตมาจากคาเฟ่ ภาษาที่พูดจะหยาบโลน เอาใจขี้เมา แต่คุณจิ้มและคณะชวนชื่นสร้างเสียงฮาได้โดยไม่ต้องหยาบคาย คุณจิ้มมีความคิดเห็นอย่างไร
ผมว่านะ ตลกเมื่อก่อนเล่นงานวัดนะ ไม่หยาบ เงินน้อย พอเข้าคาเฟ่จ้างเยอะก็แห่เข้าไป คนดื่มเหล้าดื่มเบียร์ ป๋าๆ ลุงๆ อะไรพรรคนี้นะครับ ก็ต้อง Hard Core ต้องถึงเส้นเพราะพวกนี้กึ่มแล้ว (เมา) พอเล่นทะลึ่ง ก็ขำเล่นง่ายเพราะเมาแล้ว พอออกมาจากคาเฟ่ ทำ วีดีโอ เขาไม่กินเหล้าแล้ว มันอีกอารมณ์แล้ว นั่งดูไปด้วย ลูกเล็กเด็กแดงก็ดู เราก็บอกไม่ได้แล้ว ผิดๆ ยิ่งไปออกรายการ ทีวี ก็ยิ่งไม่ได้ ดูกันทุกเพศ ทุกวัย เราต้องรับผิดชอบ เป็นตลกต้องพัฒนา หามุขอื่นชดเชยกันได้ ทำการบ้านมากๆหน่อย ทำได้ครับทำได้หาอะไรทดแทนได้ ไม่จำเป็นต้องหยาบโลน ก็เหมือนอาหารไทยมาอยู่ที่นี่ทำแบบบ้านเราฝรั่งทานไม่ได้ ก็ต้องลดความเผ็ดลงหน่อย ลดนั่นลดนี่ ต้องปรับใช่ไหมครับ ก็ไม่ต้องหยาบคายก็ได้ ไม่ต้องเผ็ดก็ได้ฝรั่งก็ชอบ นิยม เราต้องพยายามกลืนไปกับสังคมนั้นๆ ออกจากคาเฟ่แล้วนะ ต้องเป็นสากลแล้ว
พี่ จุ๋มอ่านบทความนะคะ คุณจิ้มเคยให้สัมภาษณ์ว่า “ทุกวันนี้ผมก็เป็นแบบที่พ่อสอนมาตลอด ผมนำมาปรับใช้กับชีวิตครอบครัวของผมเอง ต่อให้ผมชอบอะไร ก็ไม่กดดันลูก ไม่ตีกรอบให้ครอบครัวผมเลย” คุณพ่อคุณจิ้มสอนอะไรบ้างคะ พอนำมาเผยแพร่ให้เป็นประโยชน์บ้างได้ไหมคะ
เริ่ม มาจากพ่อ ลูกจะทำอะไรเขาก็จะสนับสนุน ตั้งแต่เล็กเลยนะไม่เคยตี ดุก็ไม่เคยเลยนะ เพราะเขาจะถามเราไงอยากทำอะไรก็สนับสนุน เมื่อไม่บังคับเราก็ไม่มีอะไรให้ดุ ผมว่านะ อยากเรียนก็ให้เรียน อยากตกปลา อ้าว ก็ ซื้อเบ็ด ซื้ออุปกรณ์ให้ อยากขายขนม เอ้า ซื้อรถเข็นให้ อะไรที่เขาให้ได้ให้หมด สนับสนุนลูกทุกคน รึจะเพราะเขาเจ้าชู้ก็ไม่รู้ เอ็งขออะไรข้าให้หมด เวลาข้าขอเอ็งอย่าขัด (เสียงฮาลั่นห้องส่ง) โชคดีนะ ลูกทุกคนได้ใจเขาหมด โดยที่เขาไม่ต้องเครียดด้วยเลย เกิดมาตั้งแต่เป็นลูกเขาๆก็ให้เราหมดถ้าเขาหาให้เราได้ เลี้ยงเหมือนเพื่อนปรึกษากัน ก็เอามาใช้กับลูกไม่บังคับ บอกเขาเราไม่ได้เรียนหนังสือ ลูกสาวสองคนเขาชอบเรียน ไม่เหมือนเราต้องออกหากินเพราะความรู้น้อย เขายังอยู่กับเราก็บอกนี่ขาวนะลูก นี่ดำ ลูกจะเลือกดำก็ได้แต่ให้เหตุผลเขา บอกลูกทำอะไรถ้าพ่อเอื้อมถึงก็ช่วยลูกได้สุดแรงละ แต่ถ้ามันไม่ตรงไลน์พ่อก็เอื้อมไม่ถึงลูก แล้วลูกก็จะหลุดมือพ่อไปนะลูก เราไม่กดดันลูกให้คิดเอง บังเอิญเขาเลือกเส้นทางที่ถูกต้อง เราก็สนับสนุนได้เต็มที่ ก็โชคดีไป
(เปิดเพลง พิษรักพิษณุโลก – สีหนุ่ม เชิญยิ้ม Track 2)
เพราะ มากๆเลยนะครับ เพลงที่จบไปแล้วนั้น คือเพลงพิษรักพิษณุโลก ร้องโดย คุณสีหนุ่ม เชิญยิ้ม เพลงนี้มีหลายเวอร์ชั่นมาก มีเวอร์ชั่นของ คุณสันติ ดวงสว่าง แล้วก็มีของคุณหนู มิเตอร์ ใช่ไหมครับ แต่เวอร์ชั่นที่ไพเราะที่สุดผมว่าของคุณสีหนุ่มนะ ร้องได้อารมณ์ คุณสีหนุ่มถ่ายทอดได้ยอดเยี่ยมมาก เสียงขลุ่ยก็ไพเราะ ภาษาที่ใช้ในเพลงก็ยอดเยี่ยม เล่นคำอย่างคำว่า ชะเง้อ ชะแง้ และชม้อย ผมฟังครั้งแรก ชอบเลย และชอบเป็นพิเศษเพราะเสียงคุณสีหนุ่มวิ่งไล่ขึ้นลงไปได้เรื่อยๆไม่มีจน คุณพ่อ คือ คุณอุดมเล่าว่า เพลงนี้ตั้งใจแต่งเพื่อให้ลูกชาย คือคุณจิ้ม ร้อง เพราะตอนเด็กๆ คุณจิ้มเสียงหวาน แต่บังเอิญช่วงที่แต่งเพลงนี้เสร็จจะให้คุณจิ้มร้อง เป็นช่วงที่คุณจิ้มเริ่มเป็นหนุ่มเสียงเริ่มแตก ก็เลยไม่ได้ร้อง ใช่ไหมครับ
ใช่ ครับ แต่งไว้ให้ผมร้องตอนอายุ 12 ปี (เริ่มร้องท่อนแรกให้ฟังเป็นตัวอย่าง เสียงไพเราะมาก) แล้วเสียงมันแตกก่อน ก็มาเล่นลิเกเล่นตลก ก็พับเก็บไว้มาเป็นสิบๆปี พี่โน้ตเผอิญไปได้ยินน้องชายผมร้องเล่นๆก็ชอบใจ ไปขอคุณพ่อมาใส่ในหนังก็ปรับเนื้อนิดนึงให้เข้ากับตัวหนังก็ดังระเบิดไปเลย   

คุณพ่อแต่งเพลงเอาไว้เยอะมาก เล่ากันว่าเพลงนี้เป็นเพลงเดียวที่คุณพ่อได้เงินเป็นกอบเป็นกำ เพราะเอาเพลงนี้ไปใช้ประกอบภาพยนตร์แนวตลกเรื่อง " คนปีมะ " ของคุณโน๊ต เชิญยิ้ม ดาวตลกชื่อดังที่เคยร่วมคณะตลกเชิญยิ้มมากับคุณสีหนุ่ม คุณโน้ตจ่ายให้คุณพ่อ 20,000 บาท ถูกต้องไหมครับ
เออ 30,000 บาทครับ โอ้โฮ เยอะครับ พี่หนุ่มร้องเพลงมาก็เยอะหลายอัลบั้ม แต่มาดังสุดๆเลยเพลงนี้ คนชอบ ไอ้สำนวน ชะเง้อ ชะแง้นี่มันทำให้เพราะนะครับ แล้วก็คนคุมเสียงด้วยคุมให้พี่หนุ่มร้องนี่ได้อารมณ์จริงๆครับ ต้องตบมือให้พี่โน้ต เพลงนี้มีเรื่องตลกนะ ตอนนั้นคุณพ่อเขาอยู่กับคุณ จีรพันธ์ วีระพงษ์ ไก่นาตาฟางนี่แหละ ตี 2 เลิกงานทุกคนก็ขึ้นไปนั่งบนรถรอเจ้าภาพเคลียร์เงินจนตี 4 ยังไม่รู้เลยว่าเจ้าภาพจะมีเงิน
จ่ายหรือเปล่า คุณพ่อก็มองจากรถลงไปในลำน้ำก็เห็นคนนั่งตกปลาอยู่ อารมณ์ศิลปินก็เกิดลงมือเขียนเพลงเลย ตอนหลังเอาเพลงมาทำแล้วเพลงดังเปรี้ยงปร้าง คือ 30 ปีให้หลัง คุณพ่อเพิ่งคิดได้ เฮ้ย บอกเสียงขลุ่ยมาจากลำน้ำยม ตรงนั้นมันแม่น้ำอะไรแน่หว่า เพราะมันมี 2 แม่น้ำมาบรรจบกัน ต้องวิ่งกลับไปดูใหม่ว่าแมน้ำอะไร โชคดีไป แม่น้ำยมจริงๆ
เล่ากัน อีกว่า ที่คุณพ่อ คือ คุณอุดม ชวนชื่น แต่งเพลงได้ไพเราะจับใจนั้น เนื่องมาจากได้รับคำแนะนำมาจากพระพร ภิรมย์ เพราะมีช่วงหนื่งคุณพ่อไปคลุกคลีตีโมงกับพลวงพ่อท่านเป็นเวลานานถึงสอง 2 ปี ในสมัยพระท่านยังเป็นพระเอกลิเกที่อยุธยา ยังไม่ได้มาเป็นนักร้องดังในกรุงเทพ โดยท่านได้แนะนำให้อ่านกลอนพระอภัยมณี ของสุนทรภู่ จนเข้าใจในสัมผัสนอกสัมผัสใน ที่เป็นหัวใจของการแต่งเพลง เป็นอย่างดี เป็นเรื่องจริงไหมครับ
จริง ครับ นี่ไงที่ผมอยากพูดถึง พ่อเขายังเด็กๆอยู่หนีออกจากบ้าน ไปอยู่กับหลวงลุงพร ภิรมย์ โชคดีนะไปเจอคนดีๆ ปลูกฝังสิ่งดีๆ นอนมุ้งเดียวกัน นั่งซ้อนจักรยานหลวงลุงไปเล่นลิเก จักรยานใหญ่ๆพ่อเขาบอกเท่ห์มาก ถูเช็ดกันทั้งวัน สมัยนั้นพ่อบอกลิเกดังต้องมีจักรยานใหญ่ๆเหมือนกับมีรถสปอร์ตเลย ก็ไปได้ชะเง้อชะแง้อะไรนี่แหละมาจากเสภาลาวที่หลวงลุงร้องให้ฟัง เป็นท่อนที่จับใจเขามาก เขาบอกถ้ามีโอกาศได้แต่งเพลงแล้วละก้อ จะต้องหาทางยัดเข้าไปในเพลงให้ได้
พูดถึงคุณสีหนุ่ม เกิดอะไรขึ้น แล้วตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง ทางสมาคมตลกได้ช่วยเหลืออะไรไปบ้างคะ
ผม สนิทกันกับเจี๊ยบลูกชายแกจะคุยกันตลอดเพราะรุ่นใกล้กัน ประมาณ 2 ปีได้แล้ว แกไปอัดละครบางรักซอย 9 แล้วหน้ามืดหมดสติไป แกเป็นเบาหวานแล้วก็ความดัน ทำงานหนัก อดนอนแล้วก็เครียดด้วย ทำงานกับเอ๊กแซกค์บทต้องเปรี๊ยะ แล้วซิทคอมนี่เครียดนะครับ ทำให้คนหัวเราะนี่ยากกว่าทำให้คนโกรธนะ ต้องใช้ความพยายามนะครับ ทำให้คนโกรธง่ายกว่ามาก ทำเดี๋ยวนี้เลยไหมพี่ (ฮา) โชคดีนะครับ แกคืนมาได้ เพราะอาการหนักมาก แกหลับไปหลายอาทิตย์ ไม่รู้สึกตัวเลย สมาคมยังไม่ได้เข้าไปช่วยเหลือมากเพราะที่จริงเรื่องเงินไม่ใช่ปัญหาของครอบ ครัวนี้ ลูกเต้ายังดูแลได้อยู่ เจี๊ยบดูแลคุณพ่อดีมาก กรณีพี่สีหนุ่มนี่ กำลังใจเท่านั้น ผมว่านะ ก็ดีขึ้นเยอะ ดีขึ้นเป็นลำดับๆ พาไปไหนมาไหนได้ ทำกายภาพบำบัด กำลังใจแกดีมาก
เล่ากันว่าคุณพ่อนี่เป็นป๋าดัน เมื่อมีโอกาสก็นำคุณจิ้ม ลูกชายซึ่งยังเล่นลิเกอยู่ มาร่วมวงเพลิน พรหมแดนด้วย โดยเริ่มจากการเป็นตลก ได้ค่าตัว 150 บาท และต่อมาเพลิน พรหมแดน ก็เพิ่มค่าตัวให้เป็น 300 บาทเหตุเพราะร้องเพลงเพราะและเล่นลิเกหน้าฉากได้ด้วย แต่หลังจากนั้นไม่กี่เดือน วงเพลิน พรหมแดนก็ยุบวง แต่ก็ถือเป็นเกียรติประวัติว่าเป็นตลกคนสุดท้ายของวงเพลินพรหมแดน ซึ่งถือว่าเป็นวงลูกทุ่งตำนานที่ผลิตตลกชื่อดังทั่วฟ้าเมืองไทยทุกวันนี้ ข้อมูลถูกไหมครับ
ต้องขอชมก่อนเลยว่า ไม่น่าเชื่อว่ารายการนี้จะมีมาตรฐานและชัดเจนที่เมืองไทยก็ไม่ได้ทำข้อมูลหา รายละเอียดมาดีอย่างนี้นะ ไม่เคยเห็นจริงๆ ที่สำคัญพี่น้อยร้อยเรื่องมาได้ดีมาก ข้อมูลค่อนข้างแม่น มีการเตรียมการ ทำรายการได้ดีมากครับนึกไม่ถึง ย้อนกลับไปนิดครับ ตลกที่วงเพลิน พรหมแดน ผลิตมาดังๆก็มี เด่น ดอกประดู่ เพ็ชร ดาราฉาย จุ๋มจิ๋ม เข็มเล็ก แดน บุรีรัมย์ ดี๋ ดอกมะดัน คนที่เจ๋งๆจะได้ไปเข้าในเพลงพูด พวกรุ่นใหญ่นี่ออกไปหมดแล้ว คุณพ่อก็เป็นคนท้ายๆที่ได้เข้ามาเล่นกับหัวหน้า

เพลงคุณเพลินส่วนใหญ่จะเป็นเพลงพูด ในข่าวว่าได้เป็นลูกคู่ของคุณเพลินด้วย จริงไหมครับ?
ครับ หน้าเวทีได้เล่น แต่ตอนบันทึกแผ่นไม่ได้ครับเพราะมาช่วงท้ายๆแล้ว ไม่ได้ผลิตแล้ว เหตุที่ผมได้เข้าไปเพราะเขาจะมีลิเกหน้าม่าน ลิเกตลกก่อนหัวหน้าจะออก เขาลาออกไปทำคณะลิเก คุณพ่อฉวยโอกาศก็บอกพรรคพวกล้อบบี้เลย ผลักผมให้ออกไปร้องเพลง มีนักร้องสไตล์ยอดรักอยู่แล้ว 2 คน ผมเล่นลิเกมาตั้งแต่อายุ 6 ขวบ ร้องแต่เพลงยอดรัก สลับกับลิเกมาตลอดให้เปลี่ยนไปร้องเพลง ไพวัลย์ ลูกเพชร รอดมาได้ก็เกือบตาย ถ้าผมทำอะไรพลาดคุณพ่อแย่ไปเลยเพราะทำโดยพลการ วันเดียวโดน 2 ดอก ยังๆไม่พอ ผลักผมออกไปเล่นตลกกับหัวหน้า อันนี้ใจร้ายมากเลย ผมอายุ 18 ปีแค่นั้น ไปเล่นกับรุ่นใหญ่ จบงานหัวหน้าเพลินเรียกไปพบ พ่อเขาก็เตรียมเก็บของแล้ว แกถามพ่อว่าเด็กคนนั้นเป็นใคร พ่อเขาบอกลูกผม หัวหน้าบอก อือ มีแวว หลังจากนั้นก็ได้เล่นมาตลอด ถึงวันนี้อยากจะบอกหัวหน้าว่าเราไม่ได้ทำให้เขาผิดหวัง อยากบอกจริงๆ
เมื่อเร็วๆนี่ก็เพิ่งไปรับรางวัลการแสดงประหลาดๆมา ตอนที่พี่จุ๋มกลับไปกรุงเทพมา รางวัลอะไรนะคุณจิ้ม
รางวัลขโมยซีนยอดเยี่ยม จัดโดยหนังสือดังมากในกลุ่มวัยรุ่น หนังสือ แฮมเบอร์เกอร์
อ๋อ คงจะเป็นบทพระในเรื่อง โหด หน้าเหี่ยวแน่ๆเลย อยากรู้ว่าไอ้สำเนียงการพูดแปลกๆ แบบนี้มันมีจริงในประเทศเรารึป่าว สำเนียงอะไรคุณจิ้ม
มีจริงครับ ก็สำเนียงเพชรบุรี พี่ทอม ดันดี ไง ผู้กำกับเขาอยากได้พระบ้านนอก เราก็เลยเสนอไป สุพรรณมันก็เยอะแล้ว บุญชูก็ไม่รู้กี่ภาคแล้ว พอหนังออกมาเขาก็บอกว่าเรารักษาความเป็นพระบ้านนอกได้ดี คนดูเขาคงเอ็นดูมั้ง ใสซื่อดี
คุณจิ้มร้องเพลงก็เพราะ เล่นหนังก็ได้รางวัล ละครก็เล่น พิธีกรก็เป็น ลิเกก็เล่นมาแล้ว ตลกไม่ต้องพูดถึงอาชีพอยู่แล้ว นี่อีกอาชีพเลย พี่น้อย พากย์หนัง หนังฝรั่งอีกต่างหากคะ ให้เสียงพากย์เป็นเชร็คมาตั้งแต่ภาคแรก ตอนนี้ถึงเชร็คภาค 4 แล้วเอามันทุกท่า




ครับ พากษ์มาตั้งแต่ภาค 1 ภาค 2 พอภาค 3 เขาให้พี่ติ๊ก ชีโร่ พากษ์แทน ภาค 4 กลับมาเอาผมพากษ์อีก ไม่ทราบสาเหตุเหมือนกัน ติดต่อมาครั้งแรก ตอนแรกผมหนีนะเพราะกลัวจะไปทำให้เขาเสีย มันเป็นศิลปะอีกแขนงใช่ไหม กลัวเสีย เขาตามไปกล่อมถึงช่อง7 โน่น เอ้า ลองก็ลอง คนก็ชอบนะ
พี่ จุ๋มพอรู้เพราะดูหนังเยอะเป็นเจ้าของร้านวีดีโอเองด้วย ต้องรู้ใจลูกค้า ตัวเชร็คนี่เป็นพระเอกคนติดแล้วไง จู่ๆมาเปลี่ยนมันไม่ได้อารมณ์นะ ไหนลองพากษ์ให้ฟังซิเอาภาคสุดท้าย ยังจำได้ไหม
“อ๋อ อย่างนั้นข้าก็ผิดซิ ใช่ ข้าก็แค่ขอให้ทุกอย่างกลับไปเหมือนที่เคยเป็น...........เมื่อก่อนนี้ข้า เป็นยักษ์กินคน คนกลัวข้า เดี๋ยวนี้ข้าเป็นได้แค่ไอ้ตัวจำอวดตัวเขียว”
เรา มองลีลาการให้เสียงประกอบแอคชั่น ได้อารมณ์มากจนมองเห็นเขาคือ ไอ้ยักษ์ตัวเขียวนั่นที่ออกมาโลดแล่นอยู่ในห้องส่ง เราสามคนนั่งมองหน้ากันเหมือนนัดกันคิด มนุษย์คนนี้มากความสามารถ ทำอะไรได้หลายอย่างจริงๆ แถมยังเป็นตลกที่มีกึ๋นด้วย

 

comments powered by Disqus