Home > Interview > คาราบาว

คาราบาว

Wednesday, Aug 31, 2011

ผู้เขียนได้นัดสัมภาษณ์ทีมงานคาราบาวทั้งคณะที่โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง รามอินทรา

ผู้เขียนได้นัดสัมภาษณ์ทีมงานคาราบาวทั้งคณะที่โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง รามอินทรา ในบ่ายวันเสาร์เวลาบ่ายสองโมง ข้างในโรงเบียร์แน่นขนัดไปด้วยวินมอเตอร์ไซด์ เพราะมีการแสดงคอนเสิร์ตพร้อมแจกรางวัลมอเตอร์ไซด์ให้กับวินมอเตอร์ไซด์ผู้ โชคดี คอนเสิร์ตจบลง พี่แอ๊ดของแฟนๆและคณะได้ลงมากอดและทักทายผู้เขียนอย่างเป็นกันเอง

VR Thai :      เตรียมอะไรไปฝากแฟนๆทางออสเตรเลีย ?

พี่แอ๊ด :         เป็นวาระครบ 30 ปี สมาชิกเก่าและสมาชิกใหม่ก็มารวมตัวกัน อย่างอาจารย์ ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี ก็จะไปกับพวกเราด้วย ส่วนสคริปเพลงก็จะมีตั้งแต่ชุดแรกไปจนถึงชุดปัจจุบันเลยครับ มีทั้งเรื่องราวชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านอย่างเราๆท่านๆในเชิงปรัชญา ชีวิตสุดท้ายก็มาเต้นระบำกันในแบบสามช่า แล้วก็มีเพลงที่ครองใจผู้ฟัง อย่าง ทะเลใจ คนล่าฝัน พระเจ้าตาก บัวลอย เยอะครับพี่ เรา arrange ใหม่ บางเพลงเราเปลี่ยนท่อนฮุคให้เป็นภาษาอังกฤษ เพราะเรามีแฟนเป็นคนต่างชาติก็เยอะ เตรียมเอาเครื่องดนตรีไทยพื้นบ้าน อย่างเช่น ขลุ่ย อังกะลุง ซอ หรือแม้แต่ พิณ ก็เอาไปด้วย ให้คนไทยฟังแล้วให้คิดถึงบ้าน แอ๊ด คาราบาวรับประกันความสนุกครับ

พี่เล็ก :          ของผมเองเตรียมเครื่องมือไป 2 ชิ้น กีต้าร์กับซอ แล้วก็เตรียมหัวใจครับ หัวใจยังเหมือนเดิม มีเพลงใหม่ๆไปเยอะ อาจจะมีเมดเล่ย์เล่นติดต่อกันเป็นถึงครึ่งชั่วโมงเลย มันครับมัน

พี่เทียรี่ :        ผมเตรียมพร้อมแล้วครับกับกีต้าร์คู่ใจ ผมจะหนักไปทางเรื่องเสียงประสาน พวกเราทำงานหนักมาตลอด คาราบาวนี้ห้ามลา ห้ามขาด ห้ามสาย ห้ามป่วย ห้ามตาย ตัวผมเองก็ออกกำลังกาย พี่แอ๊ดก็ออกกำลังกาย เพื่อให้พลังกาย พลังเสียงพร้อม ทุกๆคนฟิตครับ แล้วเจอกัน แต่คราวนี้พิเศษอีกนิดอันนี้ทำมาตลอดครับ จะไปหาเงินให้วัดพระบาทน้ำพุ ก็จะเห็นผมไปยืนอยู่หน้างาน ใครอยากไปบริจาคหน้างานอยากถ่ายรูปกับผมก็เชิญ ผมไปเล่นที่ไหนก็เก็บๆไว้ให้ท่าน คราวที่แล้วผมก็เอาไปมอบให้ท่าน ห้าแสนบาท

อ.ธนิสร์ :      เป็นครั้งแรกที่ผมได้มีโอกาศไปออสเตรเลีย พวกนี้เขาบอกไปคราวที่แล้วแฟนๆต้อนรับดีมาก

พี่เล็กแซว :    ไม่รู้จะดีหรือเปล่าคราวนี้ (หัวเราะ)

อ. ธนิสร์ :      ผมยังตื่นเต้นอยู่เลย ไม่รู้จะเข้าประเทศเขาได้หรือเปล่า

พี่แอ๊ดแซว :   ไม่ได้...น้ำหนักเกิน (หัวเราะกันทั้งวง)

โดยปกติ อาจารย์ธนิสร์ มักจะเป็นฝ่ายแซวสมาชิกในวงคนอื่น ๆ โดยเฉพาะพี่แอ๊ด เมื่อเล่นคอนเสิร์ตเสมอ ๆ แต่ตอนนี้โดนเอง

อ. ธนิสร์ :      ผมก็ขลุ่ยล่ะแน่นอนเตรียมไป ถ้าไม่ให้เอาขลุ่ยเข้าไปก็ไม่มีผมล่ะ เล่นกับแอ๊ดสนุกทุกเพลงอยู่ในหัวใจตลอด ทำงานกันมาเหมือนครอบครัว ตั้งแต่โนเนมจนมีชื่อเสียง นี่ก็เพิ่งไปทัวร์กับแอ๊ดมาหลายจังหวัด

พี่หมี :           สิ่งใหม่ๆแปลกๆที่จะเอาไปคราวนี้คืออาจารย์ ธนิสร์ (ทุกคนหัวเราะ) ที่มีความเป็นเอกลักษณ์และความสามารถเฉพาะตัว ก็คือ การเป่าขลุ่ยไทย อาจารย์ทำให้เมด อิน ไทยแลนด์ดัง อาจารย์ธนิสร์ เป่าตลอดทั้งเพลงแล้วก็เพราะเสียงแซวของอาจารย์ในเพลงด้วย

อ. ธนิสร์ :      ผมเรียนจบปริญญาตรีทางดนตรี เอกเครื่องเป่า เลยเป่าโดยเฉพาะ ในวงผมก็เล่น ขลุ่ย คาริเน็ท แซกโซโฟน ฟรุ้ต รองลงมาก็เป็นคีย์บอร์ด เปียนโน ตอนนี้ผมทำโรงงานทำขลุ่ย แล้วก็มีบริษัทส่วนตัวทำอัลบั้มของตัวเอง แล้วก็เป็นศิลปินอิสระ ว่างๆอย่างตอนนี้ก็มาแจมกับแอ๊ด

พี่อ๊อด :         อาจารย์คนเดียวขลุ่ยใหญ่ พวกผมขลุ่ยเล็กเพราะอาจารย์แกทำขลุ่ยเอง (เสียงฮาลั่น) ส่วนผมก็จะมีเพลงใหม่ของตัวเองไปฝาก เป็นความลับบอกไม่ได้เดี๋ยวไม่ได้ไป

พี่อ้วน :         เพลงอะไรพี่ เพลงใหม่น๊ะ (ไม่มีคำตอบจากพี่อ๊อด) ผมเตรียมความสุข สนุกสนานไปฝากแฟนๆ ก็จะไปตีๆอย่างเดียว กลองครับ

พี่ดุก :           มีเพลงเดียวแหละ ของพี่อ๊อด แต่แต่งงานไป 3 รอบแล้ว (ทุกคนฮา) เตรียมใจไว้เถอะครับเที่ยวนี้จะได้ฟังเพลงมากที่สุด มีบางอย่างแอบๆไม่อยากให้รู้ อยากให้คิดถึงบรรยากาศเก่าๆ ท่านที่จากเมืองไทยไป 20 – 30 ปีที่แล้ว ตอนอยู่เมืองไทยเคยฟังเพลงพวกนี้ เราจะเอากลับไปให้ฟังอีกให้คิดถึงคาราบาวช่วงแรกๆเหมือนตอนที่ท่านอยู่เมือง ไทย

พี่โก้ :           ส่วนผมเตรียมใจครับ ใจล้วนๆ ไปสร้างความสุข มันห่างกันนานเหมือนกันน๊ะ 2 ปีแล้ว อยากไปเจอแฟนๆครับ ยังประทับใจกันอยู่

VR Thai :      คนนึกถึงพี่แอ๊ดกันส่วนใหญ่คือนักแต่งเพลงผู้มีความสามารถในการถ่ายทอดชีวิตของคนจริงๆลงไปในบทเพลง

พี่แอ๊ด :         ผมเลือกวิถีทางของผม อย่างผมเขียนบทเพลงที่สะท้อนชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ยากไร้ เพราะเวลาผมเกิดมาก็เห็นปัญหาของสังคมที่มีการเอารัดเอาเปรียบ ผมไม่ใช่นักรบ ไม่ใช่นักการเมือง เรามีกีต้าร์อยู่ในมือ ส่วนทักษะพวกนี้เป็นเรื่องเฉพาะของตัวบุคคล เราถ่ายทอดสิ่งเหล่านี้มาทางบทเพลง มันเป็นเรื่องจริงตรงไปตรงมา เพลงมันเลยโดน เราใช้บทเพลงเป็นสื่อ

VR Thai :      ส่วนพี่เล็กกับพี่เทียรี่แฟนเพลงก็จะนึกถึงมือกีต้าร์อันดับต้นๆของประเทศ ไทย น้องๆอยากจะเป็นยอดนักกีต้าร์แบบพี่เล็กและพี่เทียรี่ต้องทำอย่างไรบ้าง ?

พี่เล็ก :          ผมเริ่มจับกีต้าร์ ตอนอายุ 14 ปี ฝึกเท่านั้นครับ ทุกมุมของบ้านต้องมีกีต้าร์ ผมแยกชีวิตจากกีต้าร์ไม่ออก ผมอยู่กับกีต้าร์มากกว่าอยู่กับเมียเสียอีก ต้องเล่นด้วยจิตวิญญาณ เราต้องเคารพในวิชาชีพของเรา แต่ถ้าเล่นสนุกๆก็แล้วไป วันละชั่วโมงสองชั่วโมง แต่ถ้าคิดอยากฝากผีฝากไข้อย่างพวกผมต้องฝึกหนัก ตอนผมหัดเล่นกีต้าร์ก็เป็นยุคของบีทเทิ้ล แล้วก็ผมชอบ จิมมี่ เฮดดริก ชอบบุคคลิก ดนตรีเขามีชีวิต มีวิญญาณ

พี่เทียรี่ :        ฝึกหนักแล้วก็ใจรักครับเหมือนพี่เล็กน๊ะ ผมเล่นกีต้าร์ตั้งแต่ 11 ขวบ สมัยผมก็เอลวิส บีทเทิ้ลแล้วก็มาพวกเพลงร็อค พี่เล็กกับผมเล่นดนตรีที่โรงแรมนานาแล้วก็อีกหลายๆที่ เขาก็ชวนมาเล่นกับคาราบาว แต่ผมไปเรียนต่อที่นิวยอร์ค 2 ปี พอกลับมาถึงมาจอย

VR Thai :      ไปออสเตรเลียคราวที่แล้วคนดูประทับใจมากตอนคุณเล็กกับคุณเทียรี่ดวลกีต้าร์ ไล่บี้กันอย่างเมามัน ยังพูดถึงกันทุกวันนี้แม้แต่ชาวต่างชาติ มีการเตี๊ยมกันหรือเปล่า

พี่เล็ก :          ผมเล่นอย่าง เทียรี่เล่นอย่าง วิธีการเล่นจะมีทางของตัวเอง เล่นกันสดๆ

พี่เทียรี่ :        By heart ครับ ไม่ได้เตี้ยม มันสนุกของมันเอง

VR Thai :      มีข่าวว่าไม่อยากเล่นหนังแล้วทั้งสองคน ทั้งๆที่แฟนๆก็ยังเรียกร้องอยู่

พี่เล็ก :          พี่ไม่รู้ ใช่มั้ย (มองผู้เขียนแล้วหันไปยิ้มกับพี่เทียรี่) “เสียงเท่าฟ้า หน้าเท่ากลอง” เล่นให้เขา ปฏิเสธมาตลอดว่าผมไม่อยากเล่น เขาโทรเข้าไปที่บ้าน เมียผมรับสาย ผมบอกวางหูไปเลย ไม่เล่นๆ เมียเขาก็วางหูแล้วบอกว่า ลูกเราก็คงเจอแบบนี้ เราฟังแล้วก็ได้คิด มันไม่ถูก ลูกชายคนเล็กผมเรียนนิเทศน์ศาสตร์ เอกภาพยนตร์ เขาก็ต้องเจอแบบนี้ เราก็มาคิดพวกศิลปินเหมือนเทวดา พวกทีมงานเขาต้องไปหาโลเกชั่น ตั้งกล้อง เตรียมการกันตั้งแต่เช้ามืด ดารามีอะไรล่ะ มาถึงเข้ากล้องถ่าย ลูกเราก็ต้องไปเป็นพวกนี้ ก็บอกเมียผมเรียกเขามาพูดกัน

พี่เทียรี่ :        หนังมันไม่ใช่ชีวิตเรา เราเล่นดนตรีได้ดีกว่าเพราะเรารักที่จะเล่น ไม่ชอบครับ

VR Thai :      แฟนๆฝากถามว่าถ้าวันนี้คุณเล็กจะต้องโกนหนวดเลิกไว้หนวดแล้ว จะมีความรู้สึกยังไง ?

พี่เล็ก :          ถ้ามันออกมาเป็นกฏหมาย ผมก็จะโกน แต่มันไม่ใช่ กฏหมายบางครั้งก็ไม่ถูกเสมอไปน๊ะ อย่างกรณีหมวกกันน๊อค มันอยู่ที่ความระมัดระวังถ้าคุณขับแบบประมาท ขับไม่ถูกวิธี ไม่เคารพกฏจราจร หมวกกันน๊อคก็เอาไม่อยู่ ทุกสิ่งอยู่ที่มนุษย์กำหนด เกิดวันนี้บอกว่าต่อไปนี้ หน้าของมนุษย์จะไม่มีคิ้ว มีหนวดแทน คิ้วต้องโกน แล้วมาไว้หนวดกัน คนก็คงไม่สนใจหนวดผมหรอก

VR Thai :      พี่แอ๊ดเกี่ยวข้องอะไรกับเครื่องดื่มคาราบาวแดง ?

พี่แอ๊ด :         ก็เป็นธุรกิจที่ผมกับพี่เสถียร โรงเบียร์ (เสถียร เศรษฐสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คาราบาวตะวันแดง จำกัด) คิดกันขึ้นมา แล้วก็สมาชิกในวงร่วมกันทำ ก็เป็นทางออกอย่างหนึ่งของธุรกิจ เอาแรงหนุนของคาราบาวไปช่วยทำธุรกิจได้ ก็ทำควบคู่กันไป แต่จิตวิญญาณผมมันเป็นนักดนตรี ธุรกิจก็เป็นของพี่เสถียรทำไป

VR Thai :      คนพูดกันว่าคาราบาวมีคอนเสิร์ตทุกครั้งคนต้องตีกัน ?

พี่แอ๊ด :         หมอลำมันยังตีกันเลยพี่ อย่ามาโทษ คาราบาว มันเป็นการจัดการของชุมชน มันจะตีกันอยู่แล้ว อาศัยคนเยอะๆ เฮ้ย เดี๋ยวมาเจอกันงานคาราบาว มันนัดมาตีกัน เราต้องช่วยกันแก้ไข ตราบใดที่การเมืองระดับสูงยังไม่มีมารยาททางการเมืองยังทะเลาะกันอยู่ เขายังทำงานไม่ถึงไหนก็ติกันแล้ว จะไปหวังอะไรกับชนชั้นล่าง ความผิดของคาราบาวมีอยู่อย่างเดียว....เพลงมันมันส์ (หัวเราะกันลั่นห้อง)

VR Thai :      ไม่คิดจะเล่นการเมือง ?

พี่แอ๊ด :         ผมก็เล่นแต่เป็นการเมืองภาคประชาชน ผมผ่านความคิดความอ่านผ่านจากเสียงเพลง จะให้ผมไปเล่นการเมือง ไปไหว้ใครก็ไม่รู้สุ่มสี่สุ่มห้า ผมไม่เอาไม่ใช่ผม

VR Thai :      มูลนิธิคาราบาวไปถึงไหนแล้ว ?

พี่แอ๊ด :         เป็นรูปเป็นร่างขึ้นแล้วครับ ตอนอยู่กับ กระบือ แอนด์ โค ไม่ไปไหนมาไหน อีกหน่อยก็คงเห็นอะไรๆแล้วครับ

VR Thai :      คาราบาวถือเป็นตำนานเพลงเพื่อชีวิตไปแล้ว ต่างว่าอีก 10 ปี วงคาราบาวมีอันต้องเลิกราอยากให้คนจดจำ คาราบาว อย่างไร?

พี่แอ๊ด :         ถ้าติต่าง ผมขอแค่ 20 ปีพอ (ทุกคนหัวเราะอย่างสนุกสนาน) อยากให้คนจดจำว่าวงดนตรีวงนี้เป็นวงที่สามารถคล้องใจคนไทยให้มีความรัก สามัคคี มีความเอื้ออาทรต่อกัน มีความภาคภูมิใจที่เราเป็นคนไทย ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ใด แผ่นดินผืนนี้เป็นของพวกเราทุกคน ต้องช่วยกันรักษา อย่าทำลายครับ

พี่เทียรี่ :        จดจำบทเพลงของคาราบาวครับ เราบอกผ่านทางเสียงเพลงแล้ว กับบทเพลงทุกเพลงของคาราบาว

คุณเล็ก :       รักสามัคคีกันครับ ไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของโลก เราก็เป็นคนไทยด้วยกันครับ

comments powered by Disqus