Home > Interview > พิศมัย วิไลศักดิ์

พิศมัย วิไลศักดิ์

Friday, Jun 6, 2014

ฉุยฉายพราหมณ์ที่สวยที่สุดในประเทศไทย

โดย ไตรภพ เฮงพูลธนา

ผู้อ่านที่มีวัย 30-40 ปี ขึ้นไป ต้องมีโอกาสเคยชมภาพยนตร์ไทยที่ดาราอาวุโสท่านนี้แสดงและประทับใจในบทบาทการ แสดงระดับปรมาจารย์ที่คว้ารางวัลเกียรติยศมามากมาย

แต่กับคนรุ่นใหม่อาจรู้จักเพียงบทบาทของ คุณย่า คุณยายที่เป็นตัวชูรส เติมเรื่องและแต่งแต้มละครแต่ละเรื่องให้มีสีสันสนุกสนาน ศิลปินท่านนี้คือ มี้ พิศมัย วิไลศักดิ์ ศิลปินนักแสดงอาวุโสเจ้าของฉายา ดาราเงินล้าน เพราะในอดีตเธอแสดงภาพยนตร์เรื่องใดก็เรื่องนั้นโกยเงินล้านแทบทุกเรื่อง แสดงภาพยนตร์ไทยมากว่า 300 เรื่อง (ไม่รวมละครโทรทัศน์) ปัจจุบันยังคงแสดงภาพยนตร์ไทยและละครทางโทรทัศน์อย่างต่อเนื่อง

เรา ไปถึงก่อนเวลานัด บ่าย 5 โมงครึ่ง เพราะทราบมาว่าเธอเป็นคนตรงต่อเวลา ที่นัดพบคือ ร้านอาหารโอรส ถนนราชสีมา ใกล้สี่แยกพิชัย เป็นเรือนสองชั้นยาวรูปต้วแอล บริกรชาย พาเราไปนั่งชั้นบนห้องพิเศษที่คุณจุ๋ม ธาฤดี จองเอาไว้ เปิดแอร์เย็นฉ่ำสู้กับอากาศร้อนข้างนอก เราไปนั่งรอประมาณครึ่งชั่วโมง คุณพิศมัย วิไลศักดิ์ หรือ มี้ ของคนในวงการก็เดินเข้ามาในห้อง เห็นครั้งแรกผู้สัมภาษณ์ถึงกับตกตะลึง เธออายุย่าง 71 ปี แต่กาลเวลาทำอะไรเธอไม่ได้เลย แลดูอ่อนกว่าวัย ใบหน้า รูปร่าง ผิวพรรณ มารยาทนุ่มนวล ชวนให้คิดถึงบทเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์ใน ละอองดาว หรือ เกียรติศักดิ์ทหารเสือ ในอดีต อยากรู้กันแล้วใช่ไหมครับว่าเราคุยอะไรกับเธอ ตามเรามาครับ
ไปเป็น พรีเซ็นเตอร์ให้กับโครงการผู้สูงอายุ แล้วก็โฆษณาอะไรเยอะแยะไปหมด มีวิธีการดูแลสุขภาพยังไงบ้าง

ผู้หญิง เราจะเริ่มเสื่อมตอน 30 ก็ดูแลมาตลอด แล้วพอเราเริ่มหมดรอบเดือน เป็นผู้หญิงนี่ กระดูกมันเริ่มเสื่อม มันจะเป็นโรคกระดูก แต่ยังไม่เลวร้ายถึงขนาดนั้น แต่เราก็บำรุงด้วยกลูโคซามีน แคลเซียม ไปเป็นแบบไปเป็น พรีเซ็นเตอร์ให้เค้า absolute ไงคะ เลยทำให้กระฉับกระเฉง เมื่อก่อนเล่นโยคะนะ พออายุมากขึ้นกระดูกมันเริ่มไม่ค่อยปกติ หลังจากที่เมื่อสาวๆ เล่นบู๊กันเหลือเกิน ถูกผลัก ถูกเหวี่ยงไปหลุดฉากมั่ง แล้วล้มก้นไปกระแทก... ตกม้า ตกควาย ตกอะไรมาตลอด อีตอนนั้นมันก็ไม่เป็นไร แต่พอมาอายุตอนนี้มันก็เริ่มไม่ค่อยปกติสักเท่าไร เริ่มเสื่อมกระดูก นี่ก็เพิ่งผ่าตัดข้างหลังมาคะ พักงานถ่ายไปเดือนนึง ตอนนี้ต้องเร่งเก็บงานที่ค้างให้เขา

ยังเห็นเดินตรง ยังทำอะไรมากมาย ยังขับรถอยู่  สายตายังดีอยู่....
ค่ะ..ยัง ขับรถขับราอยู่  ขับไปต่างจังหวัด ก็ขับเอง สายตาก็เปลี่ยนเลนส์ หมดแล้ว ถ้าไม่เปลี่ยนก็คงจะเหมือนคุณเพชรา แต่ว่าไม่ได้หยอดยาอย่างคุณเพชรานะคะ โดยมันไปตามวัยต้อกระจกน่ะ แต่เราไม่ถึงกับต้อหิน เราก็ได้เปลี่ยนทั้ง 2 ข้างเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ตาแป๊ว โดยที่ไม่ต้องพึ่งแว่นนอกจากตัวเล็กๆมากๆ บางครั้งมองไม่ค่อยเห็น..

พูดกันมากเกี่ยวกับแสงรีเฟล็กซ์อย่างในกรณีของคุณเพชรา มีส่วนมากไหมกับสายตา?
โอ้โฮ มีส่วนมากเลย เพราะว่ารีเฟล็กซ์สมัยนั้น ฟิลม์มันหนา ใช่ไหมค่ะ หนัง 16 เนี้ยะ มันต้องใช้แสงมากก็แผ่นรีเฟล็กซ์ประมาณฝาบ้าน แล้วตาเราก็ต้องเบิกสู้กับกล้องสมัยนั้น โชคดีด้วยสมัยนั้นรับงานหนังน้อยปีหนึ่งก็ประมาณไม่ถึง 10เรื่อง ถ้าไม่เหมาะกับตัวเอง ก็ไม่รับเล่นคะ
ดาราชายที่เล่นด้วย ประทับใจใครมากที่สุด จะต้องเล่นคู่คนนี้ล่ะ เล่นส่งเล่นรับกันดีเหลือเกิน
ไม่ ได้เลยค่ะ สมัยนั้น พระเอกนักแสดง มี 3 สามคน มีฝีมือทั้งนั้น จะเป็นคุณไชยา คุณสมบัติ คุณมิตร แต่ละคนมีความสามารถ ทัดเทียมกัน ก็เล่นได้เกือบทุกคน ไม่ได้เลือก แล้วแต่ผู้สร้าง เขาจะเลือกใคร เจ้าของเรื่อง จะเลือกใคร ก็ร่วมงานกันได้ทุกคน  เล่นกันได้กับทุกคน
คะ เล่นได้กับทุกคน ที่นี้เมื่อก่อนจะมีคู่ขวัญ มิตร เพชรา ตอนนั้นไม่มีใครมาสนับสนุนเลย พอจะเป็น สมบัติ พิศมัย ซะหน่อย อ้าว ก็กลายเป็น สมบัติ อรัญญา ไปซะแล้ว (หัวเราะ) ก็เลยเดียวดายอยู่ทุกวันนี้ คนเดียวเนี้ยะ (หัวเราะร่วน) ยืนยง ไม่มีใครมาจับคู่ด้วยคู่กับใครก็ได้

ทราบว่าการะเกด เป็นหนังเรื่องแรกแล้วต้องเล่นประกบกับพระเอกอันดับหนึ่งเมืองไทยในขณะนั้น
ตอน นั้นเขาต้องการนางเอกที่รำได้ พอดีกับเรามีความสามารถในการรำฉุยฉายพราหมณ์ ส่วนคุณอิงอรที่เป็นเจ้าของบทประพันธ์ ก็รู้ว่าเรารำละครได้เพราะเรียนมาทางด้านนาฏศิลป์ เล่นกับคุณ ลือชัย มฤนาถ ตอนนั้นก็เป็นตัวพ่อ ลือชัย แต่ตัวลูกเป็นคุณชนะ ศรีอุบลเพราะจะเล่นตั้งแต่สาวจนแก่ ค่ะ

สมัยโน้นเล่นการะเกด ก็ร้องเพลงเลย...ร้องเพลงประกอบในหนัง

ค่ะ ร้องกับคุณ ชรินทร์ เนี้ยะ กลิ่นการะเกด ตัวเองร้องเอง ขวัญใจการะเกด กับ ขวัญตาการะเกด
เป็นคนแรกที่ร้องเพลง หนาวตัก ต้นฉบับเลย หลังจากเรื่องนั้นแล้วได้ร้องเรื่องไหนอีกไหม?
คะ ก็ร้องมาเรื่อยๆล่ะค่ะ ร้อง หนาวตัก กลางสายชล กับคุณชรินทร์ ใน ดรรชนีนาง เรื่อง ”น้องทราย” ก็ร้องกับคุณสุเทพ ก็ร้องเรื่อยๆมา ค่ะ ร้องคู่กับคุณ
สมบัติ ก็มี พอจะเป็นร้องเพลงในเรื่องก็ร้องเอง อย่างคุณเพชราก็จะให้ คุณ จินตนา สุขสถิตย์ ร้องแทนใช่ไหมค่ะ แต่มารุ่น คุณ อรัญญา ก็ร้องเองแล้ว เดี๋ยวนี้รุ่นใหม่ๆนี่ เด็กร้องเพลงกันเก่งๆทุกคนเลย รุ่นปัจจุบันนี้

คนในวงการบันเทิงมักจะบอกว่า เป็นดาราที่ตรงต่อเวลา แล้วมีระเบียบ จะต้องเอาบทไปท่องก่อนเสมอ
ความ จริงการตรงต่อเวลา มันอยู่ที่นิสัยเราด้วย เราไปทำงานให้กับเขาเนี๊ยะ ถ้าเราไปสายสัก ชั่วโมงหนึ่ง ค่าใช้จ่ายมันก็เพิ่มมาก อยากจะทำเป็นตัวอย่าง ไปพร้อมเครื่องไฟ พร้อมกล้องด้วย เค้าว่าทำไมมี้มาแต่เช้า ก็ชอบมาเช้า แล้วอีกอย่างหนึ่ง บทเนี๊ยะ เราไปทำการบ้านด้วย  เวลาที่เราจะไปร่วมงานกับเขา เราเตรียมตัวพร้อมมาแล้ว บทเราได้แล้ว งานมันก็เร็ว ไม่ใช่ไปท่องอยู่หน้ากล้อง (หัวเราะ)ไม่ไวเท่าเด็ก สมัยก่อน เวลาเล่นหนังมีคนบอกบท ก็ไม่หนักมาก เดี๋ยวนี้ ไม่ได้เลย ต้องท่องจำไม่ใช่จำเรานะ ต้องจำเขาด้วย แล้วไหนจะจำ movement อีกล่ะ เวลาที่ผู้กำกับจะบอกตำแหน่งให้เรายืนตรงโน้นตรงนี้ พูดตรงนี้หันมาตรงโน้น มันอยู่ในสมองหมด แต่ถามว่าดีไหม ดีทำให้เราไม่เป็น อัลไซเมอร์  สมองเรานี่พัฒนาอยู่เรื่อยๆ อย่างคนเราไม่ใช่คนแก่แล้วแก่เลย อายุมากขึ้น นั่งเฉยๆไปวันๆหนึ่ง เดี๋ยวลูกหลานมามั่ง ไม่มาหามั่ง พอเรามีงานตรงนี้ ทำให้เรา active ขับรถเองก็ได้ใช้สมอง ท่องบทเราก็ได้ใช้สมอง มันก็เป็นการเตือนความจำเราอยู่เรื่อยๆ แล้วอีกอย่างเวลามี้ขับรถไป  ป้ายทะเบียนจะบวกเลขอยู่เรื่อยๆ แล้วกลับมาจ่ายอะไรไปก็จดๆ แล้วก็กลับมาบวกเลข เป็นการพัฒนาสมอง

เป็น trick ที่ดี สำหรับผู้สูงอายุ

อะห้า...ไม่ใช่นั่งกดๆ ใช้เครื่องคิดเลข ไม่กด เราบวกกันก่อนแล้วค่อยกดเครื่องคิดเลขเช็คว่าตรงกันไหม  เป็นการฝึกสมอง

เป็น ดาราที่ยอมพลิกบทบาทตัวเอง จากนางเอกกลายมาเป็นนางร้ายในเรื่องเลย บทที่เล่นร้ายสุดๆเมื่อก่อนนี้ ทำไมถึงกล้าเล่น รู้สึกว่าจะเป็น “ดวงตาสวรรค์”
คะก็...พอเล่น “จำเลยรัก” เรื่องหนึ่งนะค่ะ คุณวิจิตร คุณาวุฒิ ก็บอกไปเอาพิศมัยมาเล่นดีกว่า ตัวนี้ คือดู ติ๋มๆ น่าจะทำได้ ก็เลยพลิกแล้วเลยได้ตุ๊กตาทองจากเรื่องนี้ อีแพนร้ายมากๆ (หัวเราะ) เราเล่นร้ายมีอะไรให้เล่น ถ้าเล่นเฉยๆไม่มีอะไรให้เล่น นั่งเงียบๆ ความสามารถไม่โปร่งใส (หัวเราะ) อย่างพิศมัยต้องเล่นให้มันลึกหน่อย (หัวเราะอีก)

เป็นดาราที่มีงานเข้าตลอด เป็นดาราที่ไม่เคยงานขาด

คะ มันก็หลายอย่างนะคะ ในการที่มีงานตลอด หนึ่งคือว่าการทำงานของเรามันจอยน์กับเขาไหม มีปัญหาไหม เวลาที่เขามารับ มาส่ง เวลาไปถ่ายละคร ยุ่งยากไหม ฉันต้องเล่นเท่านั้นเท่านี้ตอน อันนี้เป็นปัจจัยใหญ่เลยที่เราไม่สร้างความยุ่งยากให้กับผู้จัด สองคือเราต้องเป็นผู้ให้ ใช่แต่จะเป็นผู้รับอย่างเดียว ตัวเองคิดอย่างนี้ ถึงได้มีเพื่อนมาก มีเพื่อนทุกรุ่นเลยล่ะ ตั้งแต่รุ่นแก่ ยันรุ่นเด็ก(หัวเราะ) พองานมาเขาก็คิดถึงเราก่อน

การ ที่เป็นผู้อาวุโสในวงการและมีดาราทุกรุ่นให้ความรักและเคารพ มีการปฎิบัติตัวเป็นแบบอย่างที่ดีให้ทั้งดารารุ่นใหม่และรุ่นเก่า มีข้อคิดอะไรดีๆจะฝากไปถึงแฟนๆ ที่ออสเตรเลียบ้าง?
คือ ชีวิตในต่างแดนกับในเมืองไทยบ้านเรา มันต่างกันนะค่ะ คือ...อยู่ต่างประเทศ มันไม่ใช่บ้านเรา เราไปใช้ชีวิตตรงนั้น มีการดิ้นรน ต้องเก่ง ก็ต้องมาเริ่มต้นชีวิตใหม่บ้าง บางคนก็ตะเกียกตะกายอยู่ บางคนก็ไปถึงฝั่งแล้ว ต้องหาเพื่อน นะค่ะ การมีเพื่อน ดีที่สุด ก็อยากจะฝากผ่านไปยังท่านที่อยู่ในออสเตรเลียนะคะ ว่าวันที่ 15 เดือนสิงหาคมนี้ คุณจุ๋มเชิญไปพบปะกับแฟนๆชาวซิดนีย์ งานวันแม่ วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระบรมราชินีนาถ เจอกันแน่นอนคะ confirm แล้วพบกันนะคะทุกคน

comments powered by Disqus