Home > Interview > เจิน เจิน

เจิน เจิน

Friday, Jun 6, 2014

นักร้องสาวผู้พลิกหน้าประวัติศาสตร์วงการดนตรีไทย

VR Thai :      ให้คำจำกัดความ “ผู้หญิงข้ามเพศ” อย่างไร?

เจิน เจิน :      ก่อนอื่นต้องบอกก่อนนะคะว่า ตัวเองไม่ Qualified ถึงกับจะไปให้คำจำกัดความขนาดนั้น คำนี้มาจากคุณหมอท่านนึงเจินเห็นเข้าท่าดีก็ยืมมาใช้ จริงๆแล้วมันมีเยอะมาก เริ่ม ตั้งแต่ สาวประเภทสอง ผู้หญิงข้ามเพศ สาวแปลงเพศ ผู้หญิงโลกที่สาม เยอะมาก รวบรวมทั้งหมดสรุปแล้วก็คือผู้หญิงที่เกิดจากการแปลงเพศค่ะ

VR Thai :      รู้ได้อย่างไรว่าฉันเป็นผู้หญิง ฉันจะแปลงเพศแล้วนะ?

เจิน เจิน :      ตั้งแต่เกิดแหละคะ ชอบเล่นกับเพื่อนผู้หญิง เล่นหมากเก็บ กระโดดหนังยาง วาดรูปตุ๊กตาผู้หญิงใส่ชุด ไม่ชอบเล่นกับเด็กผู้ชาย เล่นฟุตบอล หรือเล่นอะไรแรงๆแบบนี้ ตอนเด็กๆไม่ได้คิดมากว่าเราจะโตมาจะต้องมาเป็นแบบนี้นะ เรียนมัธยมก็ยังไม่รู้เรื่องการสื่อสารก็ยังไม่กว้างอย่างเดี๋ยวนี้ พวกที่เขาแปลงเพศล่วงหน้าไปแล้วก็เหมือนถูกเก็บไว้อีกซีกนึง ส่วนนึง เราไม่เคยรู้เรื่องเค้ามาก่อน จนกระทั่งไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตอนนั้นตั้งใจจะจบออกมาเป็นครูอาจารย์สอน Math ซึ่งเป็นวิชาที่ชอบแค่นั้นเอง ก็ไปเจอรุ่นพี่ที่เขาผ่าตัดมาแล้ว เราก็คิดจะผ่าบ้างก็เริ่มศึกษา ไปปรึกษาคุณหมอก่อนเพราะเราก็เรียนจิตวิทยา เรียนอะไรมา ใช่เพราะเราเห็นเพื่อนทำมา แล้วเขาสวย อยากจะเลียนแบบหรือเปล่า? จริงๆเราต้องการอะไร? อยากจะตรวจสอบดูก่อนให้มั่นใจว่าเป็นความต้องการของเราจริงๆหรือไม่ เขามีข้อสอบให้ทำถ้าเราผ่านได้เกิน 60% ก็ทำได้ ของเจินได้ 90 กว่าๆเกือบ 100 เราก็มั่นใจ

VR Thai :      ตัดสินใจนานมั้ยถึงผ่าตัด?

เจิน เจิน :      ไม่เลยคะพี่ จะผ่าก็ผ่าเลยไม่มีลังเล ตอนนั้นเรียนไปด้วย ทำงานร้องเพลงส่งตัวเองเรียน เก็บเงินไว้ผ่าอีกด้วย เรียนจบแล้วมาทำงานร้องเพลงได้สักปีหนึ่งเก็บเงินได้ เราพร้อมก็ไปผ่าเลย เป็นคนตัดสินใจเองคนเดียวทุกอย่าง ไม่บอกใคร

VR Thai :      คุณพ่อคุณแม่ญาติพี่น้องว่าอย่างไร?

เจิน เจิน :      โชคดีนะ ที่ทุกคนเข้าใจ บางคนถูกต่อต้านโดยทางครอบครัว เราเป็นแบบนี้เขารับไม่ได้ แต่ของเจินไม่ ทั้งคุณพ่อคุณแม่ เขารู้เราเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เกิด แล้วเราเป็นคนตั้งใจเรียนตั้งแต่เด็ก ความประพฤติเรียบร้อย รางวัลมารยาทได้ทุกปี งานบ้านช่วยทุกอย่าง คุณแม่ให้กำลังใจตลอดไม่เคยพูดให้เสียใจ ถึงการที่เราเป็นแบบนี้ ท่านแต่เพียงแต่บอกคนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะเป็นคนดีได้

พูดถึงการผ่าตัดแปลงเพศ ตอนแรกรู้สึกดีมากเพราะเราเคยต้องการที่จะหนีให้พ้นจากความเป็นจริงเรารู้ ตัวว่าจิตใจเราเป็นผู้หญิง เราจึงต้องทำทุกอย่างให้ร่างกายเป็นหญิง เราคิดว่าส่วนของร่างกายที่ยังเป็นผู้ชายอยู่กำจัดออกไปแล้วเราจะกลายเป็น ผู้หญิงเต็มตัว มันไม่ใช่นะคะ ร่างกายมันยังไม่ใช่ สิ่งที่เราหนีไม่พ้นคือ ความจริงที่เราเกิดมาเป็นชายมาก่อน รวมถึงเอกสาร ธุรกรรมต่างๆ ก็ยังแสดงว่าเราเป็นชาย ซึ่งไม่ว่าเราจะหนีไปอยู่ประเทศใดๆ ในโลกนี้ เราก็ยังหลีกหนีเรื่องนี้ไม่พ้น ตัวเราก็แค่เพียงอยากให้สังคมทั่วไปยอมรับว่า เราเป็นมนุษย์ปกติ ที่มีชีวิต มีจิตใจ มีความรู้ ความสามารถไม่แพ้ใคร ซึ่งทุกคนก็ทราบว่า พวกเราหลายๆ คน มีความโดดเด่นด้านความสามารถที่แตกต่างกันออกไป ตอนนี้รู้แล้วว่าตัวเองคิดผิดอย่างมาก

VR Thai :      ทำไมถึงคิดผิดอย่างมาก?

เจิน เจิน :      การยอมรับคะ ขอย้ำนะคะจะเป็นเดี๋ยวนี้หรือเมื่อสมัยโน้น ก็ไม่ได้แตกต่างกันมากหรอกคะ คนก็ยังไม่ยอมรับอยู่ดี และจะไม่มีการยอมรับไม่ว่าจะในอีก 50 ปีข้างหน้า เพราะประชากรมากขึ้น จำนวนสาวประเภทสองก็มากขึ้น ออกสื่อมากขึ้น กล้าทำ กล้าพูด กล้าคิดมากชึ้นแค่นั้นเอง ดูเหมือนจะยอมรับแต่ไม่ใช่ ถ้าถามเจินว่าคิดอย่างไรกับการผ่าตัดแปลงเพศ ซึ่งคำถามนี้เจินถูกถามมาเยอะมาก เจินอยากจะพูดว่าอย่าทำเลย น้องๆบางคนก็อาจจะบอกไม่ดีตัวเองทำทำไม? ทำแล้วซิถึงไม่อยากให้คนอื่นทำ มันคิดได้ 2 แง่นะคะ แต่เราเอาตามประสพการณ์ของเราแล้วกัน พูดไปก็เพราะการพูดอาจไปมีผลให้คนที่กำลังคิดจะทำ ได้ฉุกใจคิดนิดนึง แล้วพอเราเข้ามาศึกษาธรรมมะอย่างแท้จริง ศึกษาถึงแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาถึงทราบว่าเราทำกรรมหนักไว้นะถึงได้เกิดมา เป็นกระเทย แล้วเราไปทำก็ยิ่งเพิ่มวิบากกรรมไปอีก มันไม่จบไม่มีที่สิ้นสุดเวียนว่ายตายเกิดอยู่นั่นแหละ ตอนนี้ถึงต้องเข้าวัดปฏิบัติอย่างหนักจะได้พ้นทุกข์ แล้วอีกอย่างคะ อยากบวชเป็นพระให้คุณแม่มากๆเลยก็ทำไม่ได้ เสียใจมาก

VR Thai :      อะไรเป็นจุดหักเหให้เข้ามาพึ่งพระพุทธศาสนา?

เจิน เจิน :      จริงๆแล้วเป็นคนที่ติดวัดตลอดเลยนะ ไม่เคยห่างวัด ตั้งแต่เด็กก็เรียนโรงเรียนวัด พระท่านมาสอนตลอดรู้จักการทำดี การทำบุญตลอด โตขึ้นมาทำงานแล้ว หลังรถนี่ต้องมีถังสังฆทานอย่างน้อย 7-8 ถัง ไว้ตลอดเจอวัดไหนอยากจะทำ ทำหมด ซื้อมาเพิ่มไม่เคยขาด ทำบุญตลอดแต่ไม่รู้แก่นแท้ ไม่ได้มีเวลาพิจารณาตัวเอง จนกระทั่งไปใช้ชีวิตอยู่อเมริกาหลายปี งานร้องเพลงมีวันเสาร์วันเดียว เวลาว่างเยอะ มีเวลาย้อนมาดูตัวเราเอง มารู้จักวัดพระธรรมกายซึ่งมีโทรทัศน์ช่อง DMC มีสอนธรรมมะ 24 ชม. เราก็นำหลักการเอามาใช้ เอามาคิด เอามาปฏิบัติ สงสัยถามอาจารย์ก็ถึงได้รู้แก่นแท้ของศาสนา

VR Thai :      มีคนเขาพูดว่าวัดพระธรรมกายมุ่งมั่นที่จะเอาคนเข้าวัดเพื่อจะหาเงินรายได้เยอะๆ?

เจิน เจิน :      วัดไหนพระท่านก็สอนดีๆกันทั้งนั้นแหละคะ ไปวัดไหนก็ได้แต่ที่เจินมาวัดนี้เพราะว่ามีวิธีการสอน การปฏิบัติที่เคร่ง มีวินัยดี วัดที่ไหนก็ได้คะ อย่างน้อยขอให้ถือศีลห้า การทำบุญทีดีที่สุดคือการนั่งทำสมาธิให้ใจสงบ เพียงแค่หนึ่งวินาทีหรืองูแลบลิ้นก็ได้บุญแล้ว มีเวลามากทำมาก มีเวลาน้อยก็ทำน้อย ดีกว่าสร้างโบสถ์ สร้างศาลาเยอะแยะ คำพูดคนเรามีมากมาย เข้ามาลองก่อนซิคะ มาให้เห็นกับตาตัวเอง เรียนเชิญคะ อนุโมทนาบุญด้วย ตัวเจินเองตั้งแต่เข้ามาก็ไม่เคยเสียเงินเสียทองมากมายอย่างที่คนเอาไปพูดนะ คะ ยืนยันคะ

VR Thai :      มีอะไรฝากถึงน้องๆที่เอา เจิน เจิน เป็นไอดอลไหม?

เจิน เจิน :      น้องๆเขาอาจจะเห็นเราเป็นไอดอลเพราะเราเป็นคนแรกๆที่ได้ออกสื่อ ที่กล้าคิด กล้าพูด กล้าทำ แต่เจินไม่อยากเป็นไอดอลในส่วนนั้น อยากจะเป็นไอดอล เป็นต้นแบบในการทะนุบำรุงพระศาสนาเพื่อจะให้พระพุทธศาสนาได้ดำรงอยู่คู่เรา ตลอดไป จะน่าภูมิใจกว่า อยากบอกกับน้องๆว่าชีวิตหลังจากความตายไปแล้วนี่มีอะไรติดตัวเราไปได้บ้าง? บุญและบาปคะที่ติดตัวไป ถามว่าบาปกรรมมีไหม มีแน่นอน ตัดกรรมได้ไหม ไม่ได้ บาปกรรมที่ทำไว้มันก็อยู่ที่ตัวเรานั่นแหละ ต้องหมั่นเติมบุญไปเรื่อยๆเพื่อไม่ให้บาปมันตามมาทัน ไม่จำเป็นต้องใช้เงินก็ทำบุญได้ รักษาศีล นั่งสมาธิก็ถือว่าทำบุญแล้วนะคะ

 

comments powered by Disqus