Home > Interview > กวน มึน โฮ

กวน มึน โฮ

Thursday, Jun 5, 2014

ชีวิตจริงกับภาพยนตร์มันไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่หรอกครับท่านผู้อ่าน เหมือนกับหนังดัง 130 กว่าล้าน กวน มึน โฮที่มาลงโรงฉายประกาศศักดาความเป็นไทยเป็นครั้งแรกในใจกลางมหานครซิดนีย์แห่งนี้

เรื่องทั้งหมดเริ่มต้นมาจากการบังเอิญเหมือนพระเอกและนางเอกของเรื่องที่บังเอิญไปเจอกัน แล้วก็มีเรื่องบังเอิญเกิดขึ้นในหนังเยอะแยะ จนเกิดเป็นเรื่องเป็นราวของภาพยนตร์ยอดฮิตเรื่องนี้ขึ้นมา เรากำลังจะเล่าถึงชีวิตจริงของสามหนุ่มที่บังเอิญนำภาพยนตร์เรื่องนี้มาฉายและประสพผลสำเร็จถึงจะไม่ท่วมท้นในด้านรายได้ แต่ก็ประสพผลสำเร็จในระดับหนึ่งซึ่งทำให้เด็กหนุ่มทั้งสามคนนี้มีกำลังใจและพร้อมที่จะก้าวต่อไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ

“บังเอิญ แฟนผมเป็นคนอินโด เขาถามผมว่าหาหนังไทยเรื่อง กวน มึน โฮ ให้ดูหน่อยเพราะที่อินโดนีเซียหนังเรื่องนี้ดังมาก ผมก็มาคิดว่าหนังไทยเราดังไปไกลถึงอินโดนีเซีย ทำไมจะมาฉายที่นี่ไม่ได้หนังไทยเราก็มีคุณภาพ ก็เลยคุยกับตี้ (ภัทรโชติ ฉัตรทวีศักดิ์) เพื่อนคู่หูว่าเราลองเอามาฉายกันที่นี่ดูไหม? เพราะอยู่ที่นี่กันมาจะ 8 ปีแล้วเพราะผมกับตี้มาเรียนกันตั้งแต่ year 9 จนตอนนี้เราจะจบมหาวิทยาลัยกันแล้ว ก็ยังไม่เคยเห็นมีหนังไทยเข้ามาฉายให้ดูกันเลย ก็บังเอิญอีกที่ตี้มีความเห็นตรงกัน ผมก็เลยโพสท์ลงไปในเน็ตคนรักนาฬิกาว่าสนใจอยากจะเอาหนังเรื่องนี้มาฉาย ก็บังเอิญอีกที่พี่โชค (โชคชัย สัตยาวิศิษฎ์) ซึ่งรักสนิทกันเพราะเราโพสต์โต้ตอบกันเรื่องนาฬิกาทราบความต้องการ แล้วก็บังเอิญอีกเหมือนกันที่พี่โชคก็รู้จักกับพี่โต้ง (บรรจง ปิสัญธนะกูล ผู้กำกับ กวน มึน โฮ) เพราะเล่น twitter ด้วยกัน” หนุ่มคิม ณัฐพล เจียมถาวร เล่าอย่างฉาดฉาน

“พอน้องถามมาเราก็บอกรู้จักหนังเรื่องนี้ ดีจริงๆเราชอบ ก็บอกน้องเขาไปทำ feasibility ดูความเป็นไปได้ของตลาดซิดนีย์มา ถ้าแน่ใจแล้วจะพาไปหาคุณโต้ง” หนุมโชคเสริม

“ผมออก survey ดูตามร้านขายแผ่นวีดีโอก็มีหนังซูมจากโรงมาจำหน่ายแล้ว ถามร้านเขาก็บอกว่าหนังแผ่นมาสเตอร์จะออกก็คงเป็นเดือนธันวาคม เราก็มาวิเคราะห์กัน คนส่วนใหญ่ก็ยังอยากดูหนังในโรงถ้าเป็นไปได้เพราะได้ครบทุกรส แสดงว่าเรายังพอมีเวลาเหลือ ก็บอกพี่เขาว่าเอาแน่นอน” หนุ่มตี้เล่า

“ผมจบจากซิดนีย์กลับไปทำงานที่เมืองไทยหลายปีแล้ว ก็พอจะทราบบรรยากาศที่นี่คะเนได้ว่าน่าจะโอเค จะช่วยน้องได้อย่างไรก็ต้องไปหาสปอนเซอร์มาช่วยซิ ก็บังเอิญอีกนั่นแหละผมไปรู้จักเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารชั้นสูงเบียร์สิงห์ ท่านนึงก็จากเว็ปคนรักนาฬิกานี่อีกแหละก็นำเรื่องไปเสนอทางเบียร์สิงห์ก็ ตกลงรับเป็นสปอนเซอร์ให้ มาที่นี่ท่านกงสุลใหญ่ ทางการบินไทย ทางททท. แล้วก็ผู้ใหญ่หลายๆคนก็บังเอิญมีเมตตาน้องๆให้การสนับสนุน ภูมิใจและมีกำลังใจครับ” หนุ่มโชคเสริม

“ประทับใจมากตอนที่ไปติดต่อ เพราะถ้าจะเอาหนังไทยไปฉายต่างประเทศก็จะต้องรอสายหนังที่เป็นคนต่างชาติพอ ทราบว่าเราเป็นคนไทยพี่ๆ ที่จีทีเอช ก็ตื่นเต้นใหญ่ ให้ความร่วมมือดีมากยังกรุณาให้พี่โต้งผู้กำกับและพี่เต๋อ (ฉันทวิชช์ ธนะเสวี) พระเอกมาช่วยโปรโมทหนังโดยไม่คิดค่าตัวเพราะรู้ว่าเรายังเป็นนักศึกษาไม่ ค่อยมีตังค์ วันนี้ฉายเป็นวันที่ 7 สำหรับวันนี้ตั๋ว book out แล้วครับ ก็ปากต่อปากเพื่อนบอกต่อเพื่อน ดีขึ้นแรงขึ้นเรื่อยๆครับ เกินความคาดหวังครั้งแรกคิดว่ากำไรขาดทุนก็ช่างขอโชว์ความเป็นไทย การตอบรับทำให้มีกำลังใจมีโปรเจคท์ต่อไปแน่นอนครับ” หนุ่มคิมกล่าวสรุปอย่างมั่นใจ น่าภูมิใจนะครับสำหรับเด็กหนุ่มไทยกลุ่มนี้ที่เป็นผู้ริเริ่มเอาภาพยนตร์ไทย มาเผยแพร่ให้ชาวต่างชาติให้ได้รู้จักกันเป็นครั้งแรก

พี่โต้ง บรรจง ปิสัญธนะกูล ผู้กำกับ กวน มึน โฮ กล่าวเสริม “แฮปปี้มากครับกับการต้อนรับของแฟนๆที่นี่ เวลาหนังฉายมีเสียงตบมือเสียงหัวเราะ ดีใจมากครับ เดินเข้าไปมีแฟนๆมาต้อนรับทักทายกัน อบอุ่นมาก หนังจบมาแสดงความยินดีมาขอถ่ายรูปกับเรา จำเราได้ อย่างเต๋อเขามีแฟนคลับเป็นฝรั่งสาวๆมารอมาขอถ่ายรูป”

“เขามาดูแล้วรอบนึงครับ รอบนี้เป็นรอบที่สอง คงจะชื่นชอบเนื้อเรื่องมากกว่าตัวผมมัง นับเป็นแฟนคลับคู่แรกของผมนะครับที่เป็นฝรั่ง ฮ่าฮ่า ดีใจครับ แล้วก็ตั๋วเต็มมาสองรอบแล้ว แต่ปลื้มครับ พี่น้องชาวไทยในซิดนีย์ต้อนรับดีมาก” เต๋อ ฉันทวิชช์ ธนะเสวี พระเอกหนุ่มรีบแก้ตัว

VR :   การมาเยือนซิดนีย์ ได้สัมผัสผู้คนและสถานที่ ในฐานะผู้กำกับมองเห็นโลเกชั่นหรือพล็อตเรื่องที่จะทำเป็นภาพยนตร์พอที่จะยก กองมาถ่ายทำที่ซิดนีย์ไหม?

พี่โต้ง :          ซิดนีย์เป็นเมืองที่สวยนะครับ อยากทำหนังเหมือนกัน ชิลล์ดี แต่โดยปกติผมทำหนังต้องขึ้นกับตัวเนื้อหาไม่ใช่จากฉากหลัง ขึ้นกับว่ามันมีเรื่องมาเกี่ยวข้องหรือเปล่า หนังของผมส่วนใหญ่ก็มาจากหลายๆที่ มีเรื่อง กวน มึน โฮ นี่แหละครับเรื่องแรกที่มาจากหนังสือ สองเราในเกาหลี แต่ก็ดัดแปลงเหลือประมาณ 10 % ละมังที่มาจากหนังสือ คือเฉพาะช่วงเริ่มต้น เพราะตัวละครก็สร้างใหม่หมด อีก 4 เรื่องก่อนของผมก็มาจากหลาย source อย่างชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ ก็มาจากผมไปเจอรูปถ่ายเก่าๆรูปหนึ่งแล้วก็ผมก็ไปคิดคอนเซ็ปท์รูปถ่ายวิญญาณ ขึ้นมา แฝดก็มาจากข่าวหนังสือพิมพ์ข่าวหนึ่ง ถ้าจะคิดพล็อตเกี่ยวกับซิดนีย์ยังคิดไม่ออกนะตอนนี้เพราะเพิ่งมาถึงได้วัน สองวันเอง (หัวเราะ) อย่างกวน มึน โฮนี่เราอยากยั่วล้อกับการเป็นเกาหลีในฉากหลัง แต่ตอนนี้ผมอยากเห็นหนังไทยเข้ามาต่อๆกัน มันเป็นความภาคภูมิใจนะ เกี่ยวกับการพากษ์ผมไม่ค่อยเห็นด้วย จะทำให้เสียอรรถรสในการดู ใช้ภาษาไทยเราแล้วมี subtitle จะดีกว่า ได้รสชาดดีวันที่ 2 ธันวาคมนี่หนังก็จะไปที่สิงคโปร์ แต่พวกเราไม่ได้ไปจะไปโปรโมทกันเต็มที่ตอนไปเกาหลียกทีมไปกันเลย เต็มรูปแบบ

น้องเต๋อ :      ถ้ามุมมองของคนเขียนบทอย่างผมนะ มันมาเป็นช่วงๆ ยังไม่พัฒนาเป็นพล็อตเรื่องนะ อย่าง Harbour Bridge นี่ เมื่อวานนี้เองเห็นคนขึ้นไปเดินข้างบนสะพานให้ความรู้สึกท้าทายก็ได้ โรแมนติคก็ได้ ลองดูนะ ลองดู ก็จะได้ประมาณว่าเคยเป็นที่นัดเจอกับคนที่เราชอบในครั้งหนึ่งแล้วเราก็ไม่ ได้ติดต่อกับเขาอีกเลย ทุกๆวันก็จะไปเดินโดยหวังว่าวันนึงเราอาจจะได้เจอเขาอีก ฮาฮา เป็นไงครับ เป็นไง อย่างเรื่องของน้องๆนักศึกษาที่มาอยู่ต่างแดนต้องมาปรับตัว ต้องมาอยู่กับสังคมใหม่ๆที่ไม่คุ้นเคย การดิ้นรนต่อสู้ น่าจะเอามาเป็นพล็อตเรื่องได้นะครับ

VR :   มองเห็นอะไรในตัวน้องเต๋อถึงเอามาเป็นพระเอกเรื่องนี้

พี่โต้ง :          เต๋อเขาเคยเล่นหนังมา 2 เรื่องก่อนหน้านี้ แต่ผมว่ามันไม่ใช่เขาเลยซักอัน ตัวเขามีศักยภาพมากกว่านั้น มันมีเสน่ห์ของตัวละครบางอย่างที่ไม่เคยเห็นในหนังไทยบางอย่าง ไม่ใช่พระเอกหล่ออย่างเดียว หรือจะมากวนตีนอย่างเดียว แต่เป็นคนที่กล้ากวนตีนอย่างเลอะเทอะเอามากๆแล้วก็มีความเป็นเด็กในตัวสูง อย่างบทก้าวร้าวหรือพูดจาถากถางในเรื่อง ถ้าให้พระเอกคนอื่นพูดจะออกมาอีกแบบ แต่เราให้เขาพูดจะเป็นไร้สาระ แบบขำขำ แบบคนจิตใจดี เอาเขามาเขียนบทด้วยกันก็เป็นการทดลองด้วย ถ้าให้เขียนเองเล่นเองจะเป็นยังไง

VR :   การเขียนบทแล้วแสดงด้วยช่วยทำให้การแสดงง่ายขึ้นไหม?

น้องเต๋อ :      มีทั้งส่วนยากทั้งส่วนง่ายครับ ง่ายก็เพราะเขียนเองรู้ที่มาที่ไป ไม่ต้องท่องบทจำไดอาล็อกได้หมดเพราะเราเขียนมากับทีมใช้เวลานาน ส่วนที่ยากก็คือมีความกดดันอยากจะไปถึงจุดนั้นเพราะเราเขียนบทเอง เรารู้ว่าจุดที่เราต้องการมันอยู่ที่ไหนอันนี้แหละกดดันมากเวลาเล่นเพราะ ต้องเล่นไอ้ที่เราเขียนออกมาเป็นภาพให้ได้

VR :   คนสงสัยกันมากตอนปลาหมึกดูดปากแล้วปากบวมเจ่อในหนังนั่นแต่งให้มันอาการสาหัสอย่างนั้นหรือของจริง?

น้องเต๋อ :      ของจริงเลยครับไม่มีแต่งเติมนี่ไงครับ ยังเป็นแผลเป็นติ่งๆอยู่ตรงนี้ (ชี้ให้ดูที่ปากซึ่งยังเห็นรอยอยู่) แต่ไม่ได้กลืนกินเขาจริงๆอย่างในหนังนะครับ สงสารเขา

VR :   ตัวตนจริงๆกับพระเอกในหนังเหมือนกันไหม?

น้องเต๋อ :      เหมือนกันครับ สบายๆ ชอบสนุกชอบกวนทำให้คนหัวเราะ มีความสุข

VR :   พอใจไหมกับผลงาน?

พี่โต้ง :          พอใจครับ การตอบรับของคนดูทำให้หายเหนื่อยครับกับการทุ่มเทกำลังกายกำลังใจ ทีมงานก็ทำงานหนักกันทุกคน โดยเฉพาะโปรดิวเซอร์ทุ่มเทให้เต็มที่ให้คิว ให้ทุกอย่างที่ขอ ก็ได้ผลงานออกมาเป็นที่พอใจของทุกๆฝ่ายครับ

Last Updated ( Friday, 10 June 2011 08:47 )

comments powered by Disqus