Home > News > NSW > ปิติฐิติยา ดิลกพรหิรัณย์

ปิติฐิติยา ดิลกพรหิรัณย์

Monday, Oct 27, 2014

ส่วนเคล็ดลับในความสำเร็จของเธอคือ "สิ่งที่ทำให้แพมมีวันนี้ คือ ความทะเยอทะยานของแพม ยิ่งใหญ่เหลือเกิน มันทำให้แพมไม่เคยยอมแพ้ ไม่กลัวที่จะล้มและให้โอกาสเพื่อนๆและคนรอบข้างเสมอ" จากเด็กที่มีเงินติดตัวมาแค่ สองหมื่นกว่าบาท ใช้เวลาเพียง 4 ปี จนวันนี้เป็นเจ้าของร้านนวดสปาไทยถึง 6 สาขา เงินลงทุนกว่าสิบล้านบาท คงจะเป็นกำลังใจและแรงบันดาลใจให้ใครหลายคน ที่กำลังประสบปัญหาหรือกำลังตามหาความฝันอยู่ว่าความสำเร็จเกิดขึ้นได้เสมอ

ฉบับนี้อยากนำเสนอเรื่องของน้องแพม ปิติฐิติยา ดิลกพรหิรัณย์ จากเด็กบ้านนอกจริงๆ ตามที่เธอบอกที่มาตามล่าหาฝัน มาสู่การเป็นนักธุรกิจด้าน Thai Massage และ Spa หน้าใหม่ ที่ใช้เวลาไม่ถึง 2 ปี ร้าน Thai Village Massage&Spa ก็ขยายสาขาถึง 6 สาขา ความสำเร็จที่ไม่ได้เกิดจากโชคชะตา แต่เกิดจากการไม่รู้จักยอมแพ้ "หลายคนคิดว่า แพมเป็นลูกคนรวย มีต้นทุนสูง จริงๆแล้วแพมโตมากับครอบครัวที่ถูกพิษเศรษฐกิจฟองสบู่แตกปี พ.ศ 2540 คุณแม่มีหนี้สินเกือบ 10 ล้าน จำได้ตอนนั้นเรียนอยู่มัธยมที่ รร.สวนกุหลาบวิทยาลัย นักธุรกิจฆ่าตัวตายหลายราย คุณแม่เก่งมากที่จับแพะชนแกะ จนแพมเรียนจบที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หนี้ยังคงอยู่ จนวันหนึ่ง แพมขายที่ดินปลดหนี้ให้แม่ได้ เหลือเงินบางส่วน แพมบินลัดฟ้ามาหาโอกาสที่ออสเตรเลียทันที" ในปี 2553 ตอนแรกเธอมาเข้าเรียน Business Management ที่ Australian Pacific College พร้อมกับทำงาน part time เป็น Massage Therapist ที่ร้านนวดไทยแห่งหนึ่ง ซึ่งต่อมากลายเป็นงานที่เธอรัก และภาคภูมิใจแล้วสร้างรายได้ให้เธอเป็นกอบเป็นกำ

สาวนักสู้เล่าต่อว่า "ไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งจะมาทำงานนวดแผนไทย จุดหักเหก็คือเคยไปสมัครเป็นพนักงานเสริฟร้านอาหาร แต่ถูกเขาปฏิเสธว่าทำงานอุ้ยอ้าย ตั้งแต่วันนั้นมาก็เข้าสู่การเป็นหมอนวดเต็มตัว แล้วก็แปลกทำได้ดีด้วย แถมยังรักงานนี้อีก..มันยิ่งเลยทำให้เราประสบความสำเร็จ" ถามเธอว่าทำไมถึงเปิดร้านนวดหลายร้าน "ตอบตรงๆนะค่ะ..อยากรวยค่ะ กลัวจนที่สุด..เคยเป็นหนี้มา..เข็ดแล้ว!! แต่เหตุผลที่สำคัญก็คือ อาชีพนี้ได้เผยแพร่ความเป็นไทย การนวดไทยเป็นภูมิปัญญาที่ทรงคุณค่า ที่เราควรอนุรักษ์ แพมดีใจที่เป็นส่วนหนึ่งในการสืบสานภูมิปัญญาที่มีคุณค่าเหล่านี้ ให้ชาวต่างชาติได้รู้ แพมเปิดสอนเด็กๆด้วยจบไปหลายรุ่นแล้ว เด็กจบหน่วยก้านดี นิสัยดีก็รับเข้าทำงานเลย ก็ต้องมีที่รองรับ ใช่มั้ยคะ" สาวสุพรรณเล่าต่อว่า “ต้องทำร้านให้ดูดีได้มาตรฐานด้วยเพราะว่าธุรกิจเราเป็นหน้าเป็นตาของประเทศ เราต้องนำเสนอเอกลักษณ์ความเป็นไทย ชาวต่างชาติบางคนไม่เคยไปเมืองไทย แต่พอมาร้านเรา เขารู้สึกเหมือนเขาได้มาเมืองไทย บางคนมาร้านเรา ก็อยากไปเที่ยวเมืองไทย สิ่งที่ได้จากการทำธุรกิจอีกอย่าง คือความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างคนสร้างงานสร้างรายได้ให้กับน้องๆนักเรียนนักศึกษา ซึ่งตอนนี้แพมมีพนักงานเกือบ 40 คน เพราะนักเรียนไทยที่ออสเตรเลียเยอะมากๆ แพมดีใจที่เป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของพวกเขา"

จากอดีตถึงปัจจุบันธุรกิจร้านนวดไทยนั้น เมื่อเจ้าของเปิดหลายสาขา ก็มักจะประสบปัญหาหลายด้าน ในที่สุดก็ต้องขายกิจการไปทีละร้านสองร้าน เก็บไว้เฉพาะร้านที่ทำรายได้และสามารถบริหารได้ทั่วถึง แต่กับเธอ เธอมีทฤษฎีใหม่ “แพมว่าบริหารงานยากง่ายอย่างไรขึ้นอยู่กับเป้าหมายของเรา คือทุกสาขามีหุ้นส่วนแตกต่างกัน ให้เราทำงานอย่างมีความสุข มองการทำงาน คือโอกาส ปัญหาคือสิ่งที่ท้าทาย ตอนนี้ Brand Thai Village โตขึ้น เป็นรูปแบบบริษัท แพมเป็น Director หลัก ที่ดูแล Brand ตอนนี้มีนักลงทุนทั้งไทยและออสซี่ให้ความสนใจค่ะ ซึ่งสาขา 6 ที่กำลังจะเปิดตัว ก็มีนักลงทุนชาวออสซี่ มาลงทุน โดยแพมให้โอกาสพนักงานที่มีความพร้อม มีโอกาสเข้ามาถือหุ้นและเป็นเจ้าของด้วย ช่วยทำความฝันน้องๆให้เป็นจริงเร็วขึ้นค่ะ แพมบอกน้องๆเสมอ ว่าอย่าเป็นลูกน้องพี่ไปตลอดนะ ขยันทำงานเก็บเงิน เมื่อพร้อมเราก็มาเป็นเจ้าของธุรกิจร่วมกัน"

ส่วนเคล็ดลับในความสำเร็จของเธอคือ "สิ่งที่ทำให้แพมมีวันนี้ คือ ความทะเยอทะยานของแพม ยิ่งใหญ่เหลือเกิน มันทำให้แพมไม่เคยยอมแพ้ ไม่กลัวที่จะล้มและให้โอกาสเพื่อนๆและคนรอบข้างเสมอ" จากเด็กที่มีเงินติดตัวมาแค่ สองหมื่นกว่าบาท ใช้เวลาเพียง 4 ปี จนวันนี้เป็นเจ้าของร้านนวดสปาไทยถึง 6 สาขา เงินลงทุนกว่าสิบล้านบาท" คงจะเป็นกำลังใจและแรงบันดาลใจให้ใครหลายคน ที่กำลังประสบปัญหาหรือกำลังตามหาความฝันอยู่ว่าความสำเร็จเกิดขึ้นได้เสมอ ถ้าเรารู้จักไขว่คว้าหาโอกาส และไม่ยอมแพ้กับอุปสรรค เธอทิ้งท้ายฝากน้องๆว่า "แพมอยากให้น้องๆทุกคนคิดเสมอว่า ไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้"

comments powered by Disqus