Home > News > SA > เชฟนุ วิรัตน์ สวนดอกไม้...... Executive chef และ Restaurant consultant

เชฟนุ วิรัตน์ สวนดอกไม้...... Executive chef และ Restaurant consultant

Monday, Aug 11, 2014

...........นี่ก็เป็นจุดเปลี่ยนอีกจุดที่ทำให้ผมได้เข้ามาทำงานกับคนออสซี่ เป็นประสบการณ์ใหม่ที่ทำให้ผมได้เรียนรู้และได้ประสบการณ์ในการทำอาหารหลายๆ เชื้อชาติ” และด้วยความมุ่งมั่นว่าวันหนึ่งเขาจะได้มีร้านเป็นของตัวเองบ้าง จึงพยายามหาเงินเก็บเงินและสร้างชื่อเสียงอีกด้านหนึ่งคือมวยไทย ที่เคยร่ำเรียนและขึ้นสังเวียนมาก่อนเพื่อจะได้มีชื่อเสียงติดปากคนออสซี่จึงได้ไปสมัครแข่งขันชกมวยไทยหลังเลิกงาน จนได้รับชัยชนะถึง 4 ปีซ้อน ในนครแอดดิเลด ได้เงินรางวัลมาเป็นทุนและทำให้เขามีชื่อเสียงควบคู่ไปกับการเป็นเชฟและเป็นที่รู้จักกันกว้างขวางขึ้นของคนแอดดิเลด

@@@@ แนะนำร้านอาหารไทยดังและอร่อยในนครแอดดิเลดเมื่อฉบับที่แล้ว พลาดไม่ได้จะต้องพูดถึงบุคคลนี้ เขาเป็นเชฟดังแถวหน้าสุดในนครแอดดิเลดในขณะนี้และธุรกิจร้านอาหารนานาชาติของเขากำลังเฟื่องฟูถึงขีดสุด เพราะธุรกิจร้านอาหารในเครือที่อยู่ในการดูแลของเขามีมากมาย เชฟนุ วิรัตน์ สวนดอกไม้ หลังจากที่โยกย้ายไปทำธุรกิจในหลายที่ทั้งในและนอกประเทศสุดท้ายก็ย้อนกลับมาปักหลักอย่างแน่นหนาที่ต้นกำเนิด นครแอดดิเลด เพราะเป็นเมืองที่เขาอพยพเข้ามาทำมาหากินเป็นครั้งแรกในประเทศออสเตรเลีย “ภูมิลำเนาผมเป็นคนจังหวัดอยุธยา ได้รับการถ่ายทอดฝีมือการทำอาหารมาจากคุณแม่ครับ เป็นสิ่งที่ผมสนใจและรักแล้วได้คลุกคลีช่วยคุณแม่ทำข้าวแกงขายมาตั้งแต่เด็ก พริกแกงตำเองปรุงเองเป็นหมดแล้วก็เอามาดัดแปลงประยุกต์เอามาใช้เป็นสูตรตัวเอง พอดีได้รับการติดต่อจากทางประเทศออสเตรเลียให้มาเป็นแชฟ ร้าน "Star of Siam" ในแอดดิเลดเป็นร้านแรกที่เข้ามาทำซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานในประเทศนี้ จะด้วยรสอาหารที่แตกต่างจากเชฟคนอื่นหรือจะด้วยความสามารถทางภาษาของผม ก็ไม่ทราบไปเข้าตาเจ้าของร้าน "The Old Lion Hotel" ที่ North Adelaide เป็นร้านอาหารโมเดิร์นออสเตรเลีย ทางเจ้าของร้านมาซื้อตัวผมให้ไปทำงานด้วย นี่ก็เป็นจุดเปลี่ยนอีกจุดที่ทำให้ผมได้เข้ามาทำงานกับคนออสซี่ เป็นประสบการณ์ใหม่ที่ทำให้ผมได้เรียนรู้และได้ประสบการณ์ในการทำอาหารหลายๆ เชื้อชาติ” และด้วยความมุ่งมั่นว่าวันหนึ่งเขาจะได้มีร้านเป็นของตัวเองบ้าง จึงพยายามหาเงินเก็บเงินและสร้างชื่อเสียงอีกด้านหนึ่งคือมวยไทย ที่เคยร่ำเรียนและขึ้นสังเวียนมาก่อนเพื่อจะได้มีชื่อเสียงติดปากคนออสซี่จึงได้ไปสมัครแข่งขันชกมวยไทยหลังเลิกงาน จนได้รับชัยชนะถึง 4 ปีซ้อน ในนครแอดดิเลด ได้เงินรางวัลมาเป็นทุนและทำให้เขามีชื่อเสียงควบคู่ไปกับการเป็นเชฟและเป็นที่รู้จักกันกว้างขวางขึ้นของคนแอดดิเลด.................หลังจากนั้นเขาก็พร้อมที่จะเปิดร้านอาหารเป็นของตัวเองร้านแรก ชื่อร้าน "Nu"s Thai" ในปี 2000 บนถนน Gouger Street ซึ่งเป็นสูตรอาหารไทยแท้ที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากคุณแม่ รวมทั้งสไตล์การจัดแต่งอาหารที่ไม่เหมือนใคร ไม่ว่าจะเป็น TV, Magazine หรือ Newspaper ได้มาขอสัมภาษณ์ ทำให้ชื่อเสียงของเชฟหนุ่มขยายได้กว้างไกลยิ่งขึ้น ข้ามไปยังอีกประเทศหนึ่ง โดยทางGM ของ The Ritz Carlton Hotel ใน Bali ได้เดินทางมาชิมอาหาร และขอซื้อตัวให้ไปทำงานด้วยในที่สุด โดยเขาได้ประกาศขายร้านนุไทย และได้เดินทางไปทำงานที่ The Ritz Carlton Hotel (Padi Restaurant) ใน Bali และ Intercontinental Hotel (The Baby Buddah) ในกรุงจาการ์ตา ในตำแหน่ง Executive Chef หลังจากนั้นได้มีโอกาสบินกลับมาทำงานในประเทศออสเตรเลียอีกครั้งให้กับ Bathers Pavillion ที่ Balmoral Beach ในนครซิดนีย์ และ Cafe Sydney .........เขาย้อนอดีตเส้นการเดินทางของเขาให้ฟัง “ผมทำงานหลายที่มาก เยอะจริงๆคนมาซื้อตัวไปทำเป็นมือปืนรับจ้าง แล้วผมก็ต้ดสินใจกลับมาเปิดร้านเป็นของตัวเองอีกครั้ง โดยใช้ชื่อ Nu"s ที่ Blues Point Rd ณ McMahons Point  North Sydney ในคอนเซ็ปที่แตกต่างจากเดิมหลังจากไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในหลายๆที่ เป็นไทยโมเดิร์น Fine dining จับกลุ่มลูกค้าระดับกลางขึ้นไป ซึ่งเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จอย่างมากในย่าน North Sydney เนื่องจากธุรกิจประสบความสำเร็จ จึงมีนักลงทุนมาขอซื้อ ผมตัดสินใจขายธุรกิจให้ แล้วก็ผันตัวเองจากเจ้าของกิจการกลับมาเป็นที่ปรึกษา หรือ Restaurant Consultant อีกที โดยร้านแรกที่ ผมไปทำให้คือ ร้านหลังสวน ต่อด้วย ร้านเส้นใหญ่ ซึ่งผมช่วยออกแบบทุกอย่างในร้านเลย แล้วก็มาเป็น Head chef ที่ร้านอาหารฝรั่งเศส ชื่อ Henry street Bistro ที่ Neutral Bay แล้วก็เป็นที่สุดท้ายในซิดนีย์สำหรับผม” ............................ในระหว่างนั้นเขาได้รับการติดต่อจากทางแอดดิเลดให้กลับมาเปิดกิจการร้านอาหารของตัวเองอีกครั้ง ซึ่งป็นการตัดสินใจให้เขาได้ย้ายจากซิดนีย์กลับมาสู่แอดดิเลด ภายใต้ชื่อร้าน "Golden Boy" ซึ่งได้ตกลงให้เขาเป็นทั้งเจ้าของกิจการ หุ้นส่วน และExecutive chef ทำไปได้หกเดือนแต่ในที่สุดมีการบิดพริ้วจากข้อตกลงในภายหลังเขาจึงได้เข้ามาเป็น Restaurant consultant ให้กับร้านอาหารของ Kenny Ting เพื่อนชาวมาเลเซียที่รู้จักกันมานานตั้งแต่ย้ายมาอยู่แอดดิเลดเมื่อ 27 ปีที่แล้ว ซึ่ง Kenny ได้มีธุรกิจ ร้านอาหารในเครือถึง 26 ร้าน โดยร้านที่อยู่ในความดูแลของเชฟนุนั้น คือร้าน Ginlong , Concubine, Singapore house, Orient Thai, Massaloonga, British India, Ruby Red, Tony Tomato, Faster Pasta, Tevana Showgirl และQuickstick ซึ่งทำให้ลูกค้าเก่าของเขาได้มีโอกาสกลับมาชิมอาหารฝีมือของเขาอีกครั้ง................เมื่อไม่นานมานี้เขายังได้รับเชิญให้ไปเป็นวิทยากรสอนการทำอาหาร (Cooking class) ให้กับ Outdoors on Parade ซึ่งได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี อีกไม่นานเกินรอ คอยพบกับร้านอาหารใหม่ของเชฟดังคนนี้ซึ่งกำลังจะเปิดร้านอาหารของตัวเองอีกครั้ง โดยครั้งนี้ไม่ใช่ร้านไทยอย่างที่เคยทำ แต่เป็นร้านอาหารโมเดิร์นสไตล์ฝรั่งเศส ใช้ชื่อว่า "French MeNu" ซึ่งเชฟนุมองว่าร้านฝรั่งเศสที่แอดดิเลดมีไม่มากนัก และถือเป็นโอกาสที่ดีที่จะลองฉีกแนวที่ตัวเองเคยทำ โดยจะมีกำหนดเปิดในเดือนตุลาคมนี้

comments powered by Disqus