Home > News > WA > การเยือนรัฐออสเตรเลียตะวันตก ของคณะเอกอัครราชทูต

การเยือนรัฐออสเตรเลียตะวันตก ของคณะเอกอัครราชทูต

Thursday, May 1, 2014

การเยือนรัฐออสเตรเลียตะวันตก (Western Australia) ระหว่างวันที่ 1-3 พฤษภาคม 2557 ของคณะนักการทูตฯ จัดขึ้นโดยมีวัตุประสงค์ที่จะส่งเสริมการค้า-การลงทุนระหว่างประเทศต่างๆ กับรัฐออสเตรเลียตะวันตกซึ่งเป็นนโยบาย "การทูตเชิงเศรษฐกิจ (Economic Diplomacy)" ของนาง Julie Bishop รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ

@@@@  วันที่ 1 พฤษภาคม 2557 นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา ได้เดินทางร่วมกับคณะของเอกอัครราชทูตที่มีถิ่นพำนักในประเทศออสเตรเลียเดินทางไปเยือนรัฐออสเตรเลียตะวันตก (Western Australia) ระหว่างวันที่ 1-3 พฤษภาคม 2557 ตามคำเชิญของนาง Julie Bishop รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ และการค้าของออสเตรเลียซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตรัฐนี้ การเยือนรัฐออสเตรเลียตะวันตก ของคณะนักการทูตฯ จัดขึ้นโดยมีวัตุประสงค์ที่จะส่งเสริมการค้า-การลงทุนระหว่างประเทศต่างๆ กับรัฐออสเตรเลียตะวันตกซึ่งเป็นนโยบาย "การทูตเชิงเศรษฐกิจ (Economic Diplomacy)" ของนาง Bishop ตั้งแต่เริ่มรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และการค้า ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมขีดความสามารถ ในการแข่งขันของประเทศทั้งในด้านการค้าและการลงทุนกับประเทศต่างๆ ปัจจุบันออสเตรเลียเสียเปรียบดุลย์การค้าให้กับหลายๆประเทศโดยเฉพาะสาธารณรัฐประชาชนจีน และต้องการผลักดันนโยบาย "งบประมาณเกินดุลย์" ของรัฐบาล นอกจากนี้การเยือนดังกล่าว ยังมีวัตถุประสงค์ที่จะแสดง (Showcase) ให้นักการทูตของประเทศต่างๆ ได้เห็นศักยภาพและความร่ำรวยของรัฐออสเตรเลียตะวันตกในด้านวัตถุดิบ/แร่ธาตุ และทรัพยากรธรรมชาติเพื่อกระตุ้นให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนในด้านอุตสาหกรรมเหมืองแร่ การลงทุนในด้านโครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้งรักษาขีดความสามารถในด้านการผลิต (Manufacturing) ซึ่งปัจจุบันออสเตรเลียสูญเสียความสามารถในด้านนี้ให้กับหลายประเทศโดยเฉพาะประเทศในเอเชีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

@@@@  วันที่ 1 พฤษภาคม 2557 เวลา 10.00น. นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา ได้เข้าร่วมการเสวนาเรื่อง "In The Zone: 2014" ซึ่งจัดโดย University of Western Australia ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศและการค้า (DFAT) เพื่อระดมความคิดเกี่ยวกับที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ (Strategic Location) ของรัฐออสเตรเลียตะวันตกซึ่งมีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจร่วมกันกับประเทศในทวีปเอเชีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN) และเอเชียใต้ โดยถือว่าเขตรัฐออสเตรเลียตะวันตกเป็นส่วนหนึ่งของทวีปเอเชีย ภายใต้ความคิด "In The Zone" นี้ได้ตัดแบ่งประเทศออสเตรเลียออกเป็น 2 ส่วน โดยรัฐออสเตรเลียตะวันตก ได้ถูกจัดให้อยู่ในส่วนที่เชื่อมต่อกับทวีปเอเชียผ่าน ASEAN 10 ประเทศ ไปยังเขตเอเชียตอนเหนือได้แก่จีน ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ เขตเอเชียใต้ได้แก่ อินเดีย ปากีสถาน ศรีลังกา บังคลาเทศ และเนปาล ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีพลวัตร มีกำลังการผลิต รวมทั้งมีการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาที่สูงที่สุดในโลก นอกจากนี้เขต "In The Zone" ยังเป็นภูมิภาคที่มีประชากรและตลาดที่มีขนาดใหญ่กว่า 2 ใน 3 ของโลก สามารถควบคุมระบบเศรษฐกิจและภาคการผลิตสินค้าอุปโภคและบริโภคของทั้งโลกได้ รัฐมนตรีต่างประเทศ Julie Bishop เล็งเห็นว่าการมีความร่วมมือในด้านการพัฒนาทั้ง 3 ระดับได้แก่ ระดับ รัฐ-ต่อ-รัฐ, ธุรกิจ-ต่อ-ธุรกิจ และ ประชาชน-ต่อ-ประชาชนของประเทศต่างๆ ในเขต "In The Zone" จะยกระดับความเจริญและ กระจายการพัฒนาเศรษฐกิจไปยังภูมิภาคอื่นๆ ของโลกด้วย ออสเตรเลียมีความพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่ง ของผู้มีบทบาทและความรับผิดชอบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ของประชาคมโลกร่วมกันกับทุกประเทศ

@@@@  วันที่ 2 พฤษภาคม 2557 เวลา 09.00 น. นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา ได้เดินทางร่วมกับคณะเอกอัครราชทูตประเทศต่างๆ ไปเยี่ยมชมเหมือแร่เหล็กของบริษัท BHP-Billiton ในเขต Mt. Newman รัฐออสเตรเลียตะวันตก บริษัทได้ทำการขุดเจาะแร่เหล็กสำหรับส่งออกไปยังประเทศสาธารณรัฐเกาหลี ญี่ปุนและสาธารณรัฐประชาชนจีนเพื่อเป็นวัตถุดิบในการผลิตแผ่นเหล็กซึ่งมีความสำคัญยิ่งต่ออุตสาหกรรม ยานยนตร์และเครื่องจักรกล รัฐออสเตรเลียตะวันตกเป็นรัฐที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยแร่เหล็กสามารถส่งออกแร่เหล็ก ไปยังประเทศต่างๆ ได้ถึงปีละกว่า 1 ล้านตันเกินกว่าครึ่งหนึ่งของกำลังการผลิตรวมของประเทศออสเตรเลีย ในแต่ละวันจะมีขบวนรถไฟจำนวน 42 ขบวนแต่ละขบวนมีความยาวกว่า 2 กิโลเมตร บรรทุกแร่เหล็กที่ขุดเจาะ ออกจากเหมืองต่างๆ ในเขตรัฐออสเตรเลียตะวันตกกว่า 15 เหมืองนำไปส่งยังท่าเรือต่างๆ เพื่อทำการคัดแยก และแบ่งประเภทของแร่เหล็กตามคุณภาพ และความต้องการของผู้ซื้อก่อนที่จะบรรทุกขึ้นเรือเดินทะเล ส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ในทวีปเอเชีย ในโอกาสนี้เอกอัครราชทูตฯ ได้หารือกับนาย Michael Wood ผู้อำนวยการสำนักงานของกระทรวงการต่างประเทศและการค้าประจำรัฐออสเตรเลียตะวันตก หาทางส่งเสริมความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบธุรกิจการผลิตอุตสาหกรรมแผ่นเหล็กสำเร็จรูปของออสเตรเลียกับ ผู้ประกอบธุรกิจของไทยเพื่อนำแร่เหล็กที่ขุดเจาะจากเหมืองเหล็กในเขตรัฐออสเตรเลียตะวันตกไปผลิต เป็นแผ่นเหล็กสำเร็จรูปในประเทศไทย ซึ่งน่าจะทำให้ต้นทุนในการผลิตแผ่นเหล็กสำเร็จรูปมีราคาถูกกว่า ที่ผลิตในประเทศสาธารนรัฐเกาหลี และเพื่อให้แผ่นเหล็กสำเร็จรูปที่ผลิตในประเทศไทยสนับสนุนอุตสาหกรรม การผลิตยานยนตร์และชิ้นส่วนรถยนตร์ของประเทศในอนาคต

@@@@ วันที่ 2 พฤษภาคม 2557 เวลา 12.00 น. นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา ได้เดินทางร่วมกับคณะเอกอัครราชทูตประเทศต่างๆ ไปยังเขต Karratha เพื่อเยี่ยมชมโครงการก่อสร้าง โรงงานผลิตและแยกก๊าซเหลวธรรมชาติ "Gorgon" ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุด ในประวัติศาสตร์ของออสเตรเลีย มีมูลค่าการลงทุนทั้งหมด 55 พันล้านเหรียญออสเตรเลีย โดยเป็นการร่วมลงทุนของบริษัท Chevron จำนวน 47.3% บริษัท ExxonMobil และบริษัท Shell บริษัทละ 25% โครงการ Gorgon เป็นโครงการที่ขุดเจาะก๊าซธรรมชาติจากหลุมก๊าซที่อยู่นอกฝั่งทะเล ของรัฐออสเตรเลียตะวันตกออกไปประมาณ 65-130 กิโลเมตร แล้วขนส่งทางท่อกลับมาผ่านกระบวนการผลิต เป็นก๊าซเหลวธรรมชาติ (LNG) ด้วยการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของก๊าซจาก 35 องศาเซลเซียส ไปเป็นของเหลวที่อุณหภูมิประมาณ -120 องศาเซลเซียส แล้วบรรจุลงเรือเพื่อส่งต่อไปยังประเทศต่างๆ ในทวีปเอเชีย โครงการ Gorgon เริ่มดำเนินการก่อสร้างเมื่อ 4 ปีที่แล้วเสร็จลุล่วงไปกว่าร้อยละ 75 คาดว่าจะเริ่มผลิตก๊าซเหลวธรรมชาติได้ในปี 2015 นอกจากนี้เอกอัครราชทูตฯ ยังได้รับฟังการบรรยายสรุป จากผู้แทนของบริษัท Woodside เกี่ยวกับโครงการ Pluto ซึ่งเป็นโครงการมูลค่า 15 พันล้านเหรียญออสเตรเลีย ซึ่งบริษัทฯ ร่วมลงทุนกับบริษัท Tokyo Gas และบริษัท Kansai Electric จากญี่ปุ่นผลิตก๊าซเหลวธรรมชาติที่มีคุณภาพสูง และไม่สร้างมลภาวะให้กับชั้นบรรยากาศ เนื่องจากมีองค์ประกอบของก๊าซคาร์บอนมอน๊อคไซด์ต่ำกว่า 2% เพื่อส่งขายให้กับบริษัทฯ ทั้งสอง ของญี่ปุ่นเป็นระยะเวลา 15 ปี ความสำคัญของโครงการอยู่ที่ชิ้นส่วนประกอบต่างๆ ของโรงงานที่เรียกว่า Module Components จำนวนกว่า 250 ชิ้นบางชิ้นหนักกว่า 200 ตันถูกผลิตที่ประเทศไทยทั้งหมด แล้วบรรทุกขึ้นเรือมาประกอบขึ้นเป็นโรงกานแยกก๊าซเหลวธรรมชาติที่รัฐออสเตรเลียตะวันตก สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเป็นผู้นำด้านการผลิตเครื่องจักรกลที่สำคัญของประเทศไทย

@@@@ วันที่ 3 พฤษภาคม 2557 เวลา 09.00 น. นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา ได้เดินทางร่วมกับคณะเอกอัครราชทูตประเทศต่างๆ ไปเยี่ยมชมศูนย์กลางระบบการควบคุมเครือข่าย การผลิตแร่เหล็กของบริษัท Rio Tinto ซึ่งเป็นศูนย์กลางหรือระบบประสาทการสั่งการ (Nerve System) ในการกำกับดูแลและควบคุมการผลิตแร่เหล็กจากเหมืองต่างๆ ของบริษัทฯ ทั้งหมดที่อยู่ภายใน เขตรัฐออสเตรเลียตะวันตกภายในรัศมีกว่า 1,500 กิโลเมตร แล้วบรรทุกขึ้นรถไฟเพื่อส่งต่อไปเก็บไว้ในสถานที่ คัดแยกและตรวจสอบคุณภาพของบริษัทฯ ก่อนที่จะบรรทุกลงเรือเพื่อส่งต่อไปยังผู้ซื้อปลายทาง ศูนย์กลางการควบคุมการผลิตแร่เหล็กของบริษัท Rio Tinto ใช้ระบบคอมพิวเตอร์และสารสนเทศเข้ามาทำหน้าที่ บริหารและสั่งการการขนส่งแร่เหล็กของบริษัทเพื่อเป็นหลักประกันให้กับผู้ซื้อว่าจะได้รับปริมาณแร่เหล็ก ที่มีคุณภาพตรงตามความต้องการทุกประการ บริษัทฯ มีนโยบายที่จะใช้หุ่นยนตร์คอมพวเตอร์มาบังคับ ขบวนรถไฟทุกขบวนของบริษัทฯ ในอนาคตด้วย

@@@@ วันที่ 3 พฤษภาคม 2557 เวลา 19.00 น. นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา ได้ร่วมรับประทานอาหารเย็นกับนางเสาวรักษ์ ศรีสุขโข ประธานสมาคมไทย-ออสเตรเลียนแห่งรัฐออสเตรเลียตะวันตก และสมาชิกของสมาคมฯ และได้หารือกันในเรื่องต่างๆ ได้แก่สุขภาพชิวิตและความเป็นอยู่ของพี่น้องชาวไทยในรัฐออสเตรเลียตะวันตก โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์ราจะจัดส่งเจ้าหน้าที่มาเยี่ยมเยียนสอบถามความเป็นอยู่ของชุมชนชาวไทยในและจะดำเนินการให้ บริการกงสุลสัญจรแก่พี่น้องชาวไทยในวันที่ 7 พฤษภาคม 2557 ที่สำนักงานของกงสุลกิตติมศักดิ์ไทย ณ นครเพิร์ธ ..............เอกอัครราชทูตฯ ได้รับแจ้งความคืบหน้าของโครงการการเรียนการสอนภาษาไทยที่สมาคมฯ จัดขึ้นว่าได้รับความสนใจจากทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก เอกอัครราชทูตฯ ได้ฝากให้สมาคมฯ ช่วยพิจารณาหารือกับหน่วยงานภาครัฐของออสเตรเลียตะวันตกเพื่อให้การยอมรับการเรียนการสอนภาษาไทยให้ อยู่ในหลักสูตรที่ถูกต้องของรัฐออสเตรเลียตะวันตกในอนาคต นอกจากนี้เอกอัครราชทูตยังได้หารือกัน ในเรื่องการจัดงานเทศการไทยและอาหารไทยที่สมาคมฯ จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยเอกอัครราชทูตฯ ให้คำแนะนำแก่สมาคมในการขอรับการสนับสนุนททางการเงินจากรัฐบาลของรัฐออสเตรเลียตะวันตก เนื่องจากการจัดงานเทศการไทยจะมีส่วนช่วยสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลออสเตรเลียในการเป็น สังคมพหุวัฒนธรรมได้เป็นอย่างดี รวมทั้งช่วยส่งเสริมและกระชับความสัมพันธ์ในระดับประชาชน-ต่อ-ประชาชน ซึ่งจะมีส่วนสำคัญที่จะสนับสนุนความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนระหว่างประเทศไทยกับออสเตรเลีย

comments powered by Disqus