Home > มองลอดแว่น

มองลอดแว่น

Tuesday, Aug 5, 2014

ผมใส่แว่นมองด้วยมุมของคนรุ่นใหม่ที่มองพี่ๆ อาๆ ลุงๆ รุ่นแรก ๆ ดำเนินกิจกรรมกันนะครับ ไม่ได้ใส่แว่นมองใครด้วยอคติแต่ประการใด ผมคิดว่าหากชุมชนของเรา หรืออย่างน้อยผู้ใหญ่ในชุมชนสามารถสละมานะอัตตาให้มากกว่านี้ มองข้ามความยึดถือตัวตนของกู พวกกู สมาคมกู โดยมองเห็นประโยชน์ของชุมชนเรา สังคมเราให้มากขึ้น ความเป็นอัตลักษณ์ของไทยในซิดนีย์ จะโดดเด่นมากกว่านี้อีกมากมายครับ

ชุมชนไทยในซิดนีย์.............มีอัตลักษณ์แต่ยังไม่ก้าวข้ามอัตตา

โดย  นามา อาภากร 

สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่เคารพทุกท่าน ผมได้รับการทาบทามให้เขียนบทความในเว็บไซต์ไทยอีสานเรดิโอ ในฐานะที่อยู่อาศัยในซิดนีย์มา 2-3 ปี ได้มีโอกาสเห็นชุมชนไทยในฐานะน้องใหม่ และพอได้เข้าร่วมงานชุมชนอยู่บ้าง ผมก็ยินดีและเต็มใจยิ่ง แต่ขออนุญาตเรียนว่า ผมใส่แว่นมองด้วยมุมของคนรุ่นใหม่ที่มองพี่ๆ อาๆ ลุงๆ รุ่นแรก ๆ ดำเนินกิจกรรมกันนะครับ ไม่ได้ใส่แว่นมองใครด้วยอคติแต่ประการใด

ผมโชคดีที่ได้ซอกแซกไปงานโน้นงานนี้อยู่เป็นระยะ เช่น งานวันสารทเดือนสิบของสมาคมปักษ์ใต้ งานเทศกาลอาหารไทยของสมาคมร้านอาหารไทย งานเฟสติวัลที่กงสุลจัด และงานโน้นงานนี้พอประมาณ ก็รู้สึกดีใจครับที่ชุมชนไทยเรา ขนาดมาอยู่ต่างบ้านต่างเมืองก็ยังจัดงานทางวัฒนธรรมได้อย่างต่อเนื่อง แต่ละงานก็มีทั้งไทยทั้งเทศมาร่วมกันถ้วนหน้า ตอนไปงานสงกรานต์ที่วัดป่าลูเมียห์นี่ก็ยิ่ง ชื่นใจที่ได้เห็นคนจากประเทศเพื่อนบ้านของไทยที่มีประเพณีสงกรานต์เหมือนกัน มาร่วมงานที่วัดไทยกันครึกครื้น สร้างสีสันให้วัดไทยกันอย่างคึกคัก

ยิ่งปีกลายที่ผ่านมา เรายังได้ยึดหัวหาดถนน Campbell  กลางเมืองซิดนีย์มาเป็น ไทยทาวน์ได้สำเร็จ มีการฉลองป้าย Thai Town กันครื้นเครง เป็นที่น่าภูมิใจยิ่งที่ถนนสายเล็กๆ ที่คนไทยเราเรียกกันว่าไทยทาวน์จนติดปากมาหลายปี ในที่สุดก็กลายเป็น Thai Town อย่างเป็นทางการไปจนได้

นี่ได้ยินข่าวมาอีกว่า ตอนนี้ภาษาไทยกำลังจะถูกบรรจุอยู่ใน Saturday School ของทางการนิวเซาท์เวลส์เค้าอีก เพราะดูจากสถิติทางการของออสเตรเลียแล้ว ภาษาไทยเราใช้กันครึกโครมมากในซิดนีย์ ทำให้ทางการเค้าตัดสินใจรับเอาการสอนภาษาไทยไว้ในการการดูแลของเค้าด้วย เรียกได้ว่าในช่วงไม่กีปีที่ผ่านมาที่ผมมาอยู่ที่ซิดนีย์นี่ ได้เห็นชุมชนไทยสร้างอัตลักษณ์ได้อย่างน่าทึ่ง

อย่างไรก็ตาม จากมุมมองของผู้ชายตัวเล็กๆ อย่างผมซึ่งมีประสบการณ์เพียงน้อยนิดในซิดนีย์นั้น ผมเห็นว่าอัตลักษณ์ของไทยในภาพกว้างของชุมชนนั้น ยังมีภาพเล็กที่เราขจัดไปไม่ได้ คืออัตตาของสมาคมต่าง ๆ ที่ประกอบกันขึ้นเป็นชุมชนครับ

เท่าที่ผมทราบ เรามีสมาคมเป็นสิบๆ สมาคมในซิดนีย์ และผมเคยได้ยินว่า ทางกงสุลเค้าพยายามจะส่งเสริมให้มีสภาชุมชนไทย เพื่อให้ผู้แทนแต่ละสมาคมเข้าไปร่วมกันเป็นผู้แทนชุมชนไทยต่อทางการออสเตรเลียเค้า ซึ่งแรกๆ ก็ดูแข็งขันกันดี แต่ต่อมาสมาคมต่าง ๆ ก็ถอนตัวกันทีละหน่อสองหน่อ   จนที่สุดกลับการเป็นการตั้งสมาคมชุมชนไทยในนครซิดนีย์ ซึ่งก็ไม่ใช่ผู้แทนของแต่ละสมาคมเข้าไปอยู่ร่วม กลายเป็นสมาคมอีกหนึ่งสมาคมขึ้นมา และก็ไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นทางการจากสมาคมอื่น ๆ ตาม roadmap ที่คุยกันไว้ (ขอยืมคำของ คสช.ท่านมาใช้ซักหน่อยฮะ เห็นกำลังฮิต)

นอกจากนี้ เวลาจะจัดงานใหญ่ๆ กันที่ เช่นเทศกาลอาหารไทย กว่าจะจัดงานออกมาได้ เรียกว่าผู้จัดนี่ค่อนกันแล้วแคะกันอีก สลับกันยกเลิกกัน จน organizer ก็มึนว่าใครเป็นคนจัดกันแน่  หรือพอกงสุลจะจัดงานเทศกาล ก็มีการพูดกันอีกว่างานนี้เคยเป็นของชุมชน ตอนนี้กงสุลจัดแล้วไม่เอาชุมชนไปช่วยเลย แบ่งเขาแบ่งเรากันจนงงไปหมด สรุปคือ เบื้องหน้าของการจัดงานที่สวยหรูคนมามากมายนั้น เบื้องหลังไม่รู้ว่าได้สร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้นระหว่างชุมชน หรือสร้างความบาดหมางให้ร้าวลึกขึ้นกันแน่

หรือการเลือกนายกสมาคมแต่ละครั้ง ไม่ว่าสมาคมใดก็ตาม ก็จะมีการพูดเสมอว่าคนนี้พวกเค้า คนนั้นพวกฉัน ไอ้คนที่ได้มาน่ะก็เพราะคนนี้เค้าตั้งขึ้นมาไงล่ะ เห็นมั๊ยสลับกันเป็นนายกกันอยู่ไม่กี่คนนั่นแหล่ะ.. เอ้า ว่าไปนั่น แต่คนพูดเนี่ย ไม่เคยมาเสียสละทำงานให้สมาคมไหนซักกะที

ดังนั้น ผมคิดว่าหากชุมชนของเรา หรืออย่างน้อยผู้ใหญ่ในชุมชนสามารถสละมานะอัตตาให้มากกว่านี้ มองข้ามความยึดถือตัวตนของกู พวกกู สมาคมกู โดยมองเห็นประโยชน์ของชุมชนเรา สังคมเราให้มากขึ้น ความเป็นอัตลักษณ์ของไทยในซิดนีย์ จะโดดเด่นมากกว่านี้อีกมากมายครับ

 

 

comments powered by Disqus