Home > ใครว่าอยู่เมืองนอกสบาย เรื่องของนุ้ย

ใครว่าอยู่เมืองนอกสบาย เรื่องของนุ้ย

Wednesday, Sep 3, 2014

เรื่องของน้องนุ้ยเป็นเรื่องที่ดิฉันอยากนำเสนอแฟน รายการวิทยุและเว็ปไซท์ของ WOW Thai Esan Radio ซึ่งมีอยู่กระจายไปทั่วโลก ตอนรับฟังเรื่องของเธอ อยากเขียนบันทึกแล้วลง publish เลยเดี๋ยวนั้น แต่นำมาคิดสองสามวันว่าเป็นเรื่องของน้องที่อยู่ที่ฮาวาย ไม่ได้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในออสเตรเลีย กลัวจะผิดคอนเซ็ปท์ที่ดิฉันวางไว้แต่แรก แต่เป็นเรื่องที่ดีมากๆอยากนำเสนอเป็นอุทาหรณ์เป็นตัวอย่างที่น้องๆน่าจะนำไปประยุกต์ใช้กับชีวิตตัวเองได้ แล้วก็เป็นเรื่องที่เกิดกับคนไทยในต่างแดน ก็ไม่น่าจะผิดจุดประสงค์ที่วางเอาไว้แต่แรก แต่ใช่ว่า ดิฉันจะหาชีวิตของคนไทยที่ต้องมาดิ้นรนต่อสู้ในประเทศออสเตรเลียไม่ได้ เข้าคิวรอเพียบเลยค่ะ รับรองไม่มีให้ขาดช่วง คอยติดตามนะคะ

เรียบเรียงโดย Serena Denis

สวัสดีคะ เพื่อนๆชาว WOW ทุกคน

ขอแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ ชื่อ ชญาสุ หมั่นกิจ Gilbert นามสกุลแบบอินเตอร์ที่ได้มาจากการสมรสกับชาวต่างชาติ สามีคนปัจจุบันเป็นชาวสหรัฐอเมริกาคะ ขณะนี้มาอยู่รัฐ ฮาวายเข้าปีที่ 3 เตรียมจะสอบเป็นซิติเซ่น ในอีก 2 ปีถัดไป หลายคนบอกดิฉันโชคดีจังได้มาอยู่ประเทศแห่งเสรีภาพ แถมด้วยเมืองแห่งท้องทะเล ขุนเขา แสงแดด แต่นี้ก็เป็น ช่วงชีวิตที่ดีที่สุดและโหดที่สุดในการต่อสู้กับการมีที่ยืนในต่างแดน นะคะ 

ก่อนจะมาอยู่อเมริกา ดิฉันเคยไปอยู่ฮ่องกงและเมืองจีนอยู่ 3 ปี เรียนภาษาจีนมานิดหน่อย กินเป็ดปักกิ่งซะเยอะ ได้เรียนรู้วิถีแบบการอยู่ต่างแดนนอกบ้านเกิดเมืองนอน ขนาดแค่นั่งเครื่องบิน แค่ชั่วโมงครึ่งก็ไกลเสียเหลือเกิน แต่นี่แหละคะ เป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตการผจญภัยในชีวิตครั้งแรก ไม่เคยไปไหนไกล พ่อแม่เลี้ยงแบบคนไทยดั้งเดิม หลายคนเริ่มสงสัยกันละซิคะว่า ดิฉันกระโดดมาอยู่ถึงอเมริกา นั่งเครื่องไกลค่อนโลก 16-20 กว่าชั่วโมง นี้ได้อย่างไรกัน 

ขอเท้าความชีวิตในเมืองไทยของดิฉันก่อนคะ ค่อนข้างมีสีสันเลยที่เดียว เรียนจบมหาวิทยาลัยเกริก ทำงานเป็นนางแบบโฆษณา ถ่ายหนังด้วย เพื่อนรุ่นดิฉัน มี มะหมี่ ตั๊กบงกช ลูกหมี โอเด็ต ออร์แกน จี๊ด แสงทอง อีกหลายคนที่ไม่ได้เอ่ยนาม เราเคยทำงานด้วยกัน บางครั้งเจอกันโดยบังเอิญ ก็แสดงความยินดีกับเพื่อน ในความสำเร็จผลงานสร้างชื่อเสียง ที่ชอบมากที่สุดคือ โฆษณาแบตตารี่ จีเอส จำได้ไหมคะ "พี่มาก จะเอาแบ็ตตารี่ เก่า เก่า ไป ทำไม?" ดิฉันจำได้ว่า ตุ๊กตุ๊ก มอไซค์ แท็กซี่ ขอถ่ายรูปด้วยตลอด หลังจากเรียนจบก็ทำงานบริษัทโฆษณามาตลอด ออกงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์สินค้าแทบทุกวัน สัมภาษณ์นักธุรกิจ คนดัง แต่งตัว สวยเริ่ด เกือบทุกวัน 

ฟังดูชีวิต เก๋ดีนะคะ แต่พออายุเข้า 28 ปีโดยประมาณ ดิฉันอิ่มตัว อยากออกเดินทางค้นหาอะไรบางอย่าง อยากออกไปยังโลกที่กว้างขึ้น ใช่แล้ว ต้องไปต่างประเทศ ก็รุ้คนไทยจะไปไหน เรื่องวีซ่าเป็นอะไรที่โดนกีดกันมากคะ 

ช่วงนั้นเริ่มเล่น Facebook ตั้งแต่สมัยคนยังไม่นิยมกัน ยุคแรก ๆเพื่อนชาวอเมริกัน บริษัทหนังโฆษณามาถาม Are you have Facebook ? เราก็อะไรหว่า งง แต่ก็สนใจมาก มันคืออะไร search หาสมัครสมาชิก add เพื่อนฝรั่ง เขาคนแรก ตามด้วยเพื่อนของเพื่อน ไปไปมามา มีเพื่อนชาวต่างชาติ ทั่งนั้นเลยคะ มีคนมาจีบเพียบ 

นั่นแหละ เป็นจุดพลิกผันของชีวิตที่ต้องมาอยู่ฮ่องกง ด้วยความที่เราอยากออกมาโลกกว้าง ไม่ฟังคำทัดทานใครเลย มีผู้ชายคนนึงมาขอแต่งงาน โอ้ยแต่งงาน อกอีแป้น จะแตก เราไม่พร้อมนะ แต่ความคิดตอนนั้น ก็ไม่แย่นะ ได้มาอยู่ต่างประเทศ อยากกระโจนออกมาจากกรอบเดิมเดิมเต็มที่ สมราคาเลยคะ บทเรียน บางทีอดมื้อกินมื้อ เดินร้องไห้ คนเดียวในตอนตี 5 เพราะทะเลาะกับสามี เขาเกือบจะทำร้ายร่างกายเราหลายครั้ง เวลาเมา เขาปาร์ตี้ทุกคืน เราจะมามัวนั่งเฝ้าประตู รอเขากลับบ้านเหมือนเช่นเคยคงไม่ได้ เราเริ่ม เลียนแบบชีวิตคนที่นี้ เขาเมืองตาลิ่วต้องลิ่วตาตาม ชีวิตแบบที่ไม่เคยทำในเมืองไทยมาก่อนเลย ดิฉันแต่งงานกับชาวออสเตรเลีย แต่เขาทำงานในฮ่องกง ประเทศจีน เมืองไทย ไปเรื่อยๆ มองหา opportunity อะไรไป ไม่เป็นหลักแหล่ง คล้ายผีตองเหลือง บ้านเรา แต่ฝรั่ง แบบนี้ว่าเขาเรียกว่า expat เขาสอนดิฉัน ให้รู้จักคำว่า ชีวิตบัดซบ เป็นยังไง ไม่มีที่พึ่งพา มาวันแรกเขานอกใจเราแล้ว ติดสุรา นารี ยา ครบสูตร เขาไม่มีเงินอะไรมากมายให้เราเกาะกินเหมือนที่คนทั่วไป ชอบคิดว่าสามีฝรั่ง สบาย เรามีเงินแค่พกติดตัว ค่ารถ ค่ากิน เราทำงานร้านคนไทย ได้เงินต้องเอามาให้เขาใช้จ่ายตอนขาดมืออยู่ประจำ บางทีครอบครัวดิฉันต้องซื้อตั๋วเครื่องบินให้บินกลับไปเยี่ยมครอบครัว 

เพื่อนดิฉันสงสารให้เงินซื้อข้าวกินก็บ่อย เงินเดือนเขาเป็นแสนนะคะ แต่หมดแต่ต้นเดือนแล้วคะ ไปกับการ กิน ดื่ม กับเพื่อนของเขา ใครจะรู้บ้าง รูปลักษณ์ภายนอกที่ดิฉันมี ดูดี น่าอิจฉา กินอาหารโรงแรม 5 ดาว แต่งตัวแบรนด์เนม ปาร์ตี้ไฮโซทุกคืน เป็นการทำงานช่วยสามี สร้าง connection จอมปลอม เขาเป็น GM บาร์และร้านอาหาร เรามีหน้าที่ต้องช่วยเขาทำสนุกร่าเริง ดึงเพื่อนมาเที่ยว กิน ดื่ม แหม น่าอิจฉาอีกแหละ แต่ดิฉันร้องไห้ทุกคืนเลยคะ อยากกลับบ้านไปใช้ชีวิตเรียบง่ายกับครอบครัว แล้วความฝันดิฉันก็เป็นจริง เรากลับมาเมืองไทยมาอยู่ภูเก็ต ดิฉันมาช่วยเขาเปิดร้านอาหารกับหุ้นส่วนเขา แต่เราไปกันไม่รอด ดิฉันขอหย่าขอกลับไปใช้ชีวิตกับครอบครัวที่อบอุ่นดีกว่า พอกันทีชีวิต ต่างแดน ต่างชาติ ต่างภาษา และวัฒนะธรรม ทั้งกลัวทั้งแกร่งขึ้น เหมือนโชคชะตได้กำหนดให้ดิฉันต้องตัดสินเดินทางอีกครั้ง มีความรักเป็นเครื่องนำทางมายังดินแดนแห่งความเท่าเทียม equality เสรีภาพ เมืองแห่งการต่อสู้ยืนหยัดเพื่อการประกาศอิสระภาพ ประเทศสหรัฐอเมริกา United state America มาติดตาม ชีวิตในโลกใบใหม่ ที่กว้างกว่าเดิมมากนัก ใน ตอนต่อไป คะ

comments powered by Disqus