Home > ค่าแรงงานสูงในออสเตรเลีย : ทาง 2 แพร่งอนาคตเยาวชนไทย

ค่าแรงงานสูงในออสเตรเลีย : ทาง 2 แพร่งอนาคตเยาวชนไทย

Wednesday, Sep 17, 2014

การที่ค่าแรงที่ซิดนีย์มีค่าแรงงานซึ่งถือว่าสูงมากๆ นี้ทำให้นักเรียนไทยจำนวนมาก (หรือทั้งหมด) ที่แรกๆ มาเรียนหนังสือและหางานเสริมทำเวลามีเวลาว่างจากการเรียน ตามที่วีซ่านักเรียนอนุญาตไว้ให้ทำงานได้สัปดาห์ละ 20 ชม. กลายเป็นว่า นักเรียนไทยตั้งใจมาทำงานเสริมเป็นหลักและเอาเรื่องเรียนเป็นรอง จนเกินที่กฎหมายอนุญาตสัปดาห์ละ 20 ชม.ไปแบบไม่เห็นฝุ่น

ค่าแรงงานสูงในออสเตรเลีย : ทาง 2 แพร่งอนาคตเยาวชนไทย 

โดย นามา อาภากร

 

อยู่ที่ออสเตรเลียอะไรๆ ก็แพงไปหมดครับ ผมมาถึงซิดนีย์วันแรก ลงจากเครื่องบินปุ๊บเกิดหิวน้ำ เดินไปซื้อน้ำเปล่าที่ร้านขายของในสนามบิน จะจ่ายตังค์ถึงกับผงะ..อุแม่เจ้า ขวดละ 3.50 ดอลลาร์ ตอนนั้น ราคาดอลลาร์เท่ากับ 33 บาท (ตอนช่วงดอลลาร์ออสเตรเลียกำลัง peak) ตีเป็นเงินไทยในหัวอย่างรวดเร็วตกเป็นเงินร้อยกว่าบาท นึกในใจว่า น้ำเปล่ายังแค่นี้ อย่างอื่นจะแค่ไหนเนี่ย

อยู่ต่อๆ มาก็ไม่ผิดหวังครับ ราคาข้าวของในซิดนีย์แพงอย่างใจคิด ไปเดินร้านขายของชำในไทยทาวน์ เห็นใบมะกรูดดีใจ จะซื้อไปซักห่อใหญ่เพื่อทำต้มยำทานให้หนำใจ แหงะไปดูราคา ใบมะกรูดราคากิโลละ 70 ดอลลาร์ เป็นเงิน 2 พันกว่าบาท นี่ยังไม่ถึงข่ากับตะไคร้เลย จึงหันไปหยิบเครื่องต้มยำสำเร็จรูปแก้ขัดไปพลางๆ ก่อน

ตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา เวลาที่มีการจัดอันดับเมืองที่มีค่าครองชีพที่สูงที่สุดในโลก ซิดนีย์ และอีกหลายเมืองของออสเตรเลีย เช่น เมลเบอร์นและเพิร์ธ ก็มักติดอันดัน Top 5 หรือ Top 10 อยู่ด้วยเสมอ เป็นการการันตีความแพงของการใช้ชีวิตในซิดนีย์และออสเตรเลียได้อย่างดี

สาเหตุหลักประการหนึ่งที่ค่าใช้จ่ายในซิดนีย์แพงมหาโหดนั้น ก็เพราะมีค่าจ้างแรงงานที่สูงมากครับ ผมเคยพบคนอเมริกันหลายคนที่ย้ายจากอเมริกามาทำงานออสเตรเลียก็เพราะที่นี่ให้เงินเดือนสูงกว่า อัตราค่าแรงขั้นต่ำที่นี่ก็มากกว่า 17 ดอลลาร์ (แม้ว่าเด็กไทยที่ทำงานในร้านอาหารจะได้ไม่มากเท่านี้ก็ตาม แต่เรื่องนี้เป็นอีกประเด็นครับ เอาไว้ว่ากันทีหลัง)

การที่ค่าแรงที่ซิดนีย์มีค่าแรงงานซึ่งถือว่าสูงมากๆ นี้ทำให้นักเรียนไทยจำนวนมาก (หรือทั้งหมด) ที่แรกๆ มาเรียนหนังสือและหางานเสริมทำเวลามีเวลาว่างจากการเรียน ตามที่วีซ่านักเรียนอนุญาตไว้ให้ทำงานได้สัปดาห์ละ 20 ชม. กลายเป็นว่า นักเรียนไทยตั้งใจมาทำงานเสริมเป็นหลักและเอาเรื่องเรียนเป็นรอง จนเกินที่กฎหมายอนุญาตสัปดาห์ละ 20 ชม.ไปแบบไม่เห็นฝุ่น

ผมเคยพบตัวอย่างดาษดื่นของคนจบวิศวะจากไทย มาทำงานล้างรถ จบบัญชีมาทำงานคลีนตามอาคาร จบเศรษฐศาสตร์มาทำงานชงกาแฟ ซึ่งแต่ละคนหาเงินได้เหยียดเดือนละแสนบาททั้งสิ้น และแต่ละคนก็มีคำตอบเดียวกันก็คือ ในเมื่อเค้าทำงานที่นี่ได้เงินมากกว่าทำงานตามวิชาชีพที่จบมาที่เมืองไทย แล้วจะไปทำอาชีพตามที่เรียนมาให้เมื่อยตุ้มทำไม อยู่ที่นี่ทำงานอาจไม่มีเกียรติแต่มีตังค์ส่งทางบ้าน แค่ตัวเองลำบากกระเบียดกระเสียรเรื่องที่พักหน่อย ทนอยู่อุดอู้ในห้องพักกับเพื่อนอีก 8 คนในอพาร์ทเมนต์ที่ควรจะอยู่ได้แค่ 4 คน ก็ไม่เป็นไร เพราะมีเงินให้คุณพ่อคุณแม่ได้ใช้หนี้ ได้สร้างบ้าน ได้ส่งน้องเรียน

ผมเคารพในความคิดและทางเลือกนั้น ๆ ครับ และสำหรับผม อาชีพใดๆ ที่ไม่ผิดกฎหมายก็ถือว่าเป็นอาชีพมีเกียรติทั้งสิ้น แต่ก็อดเสียดายวิชาชีพที่เยาวชนไทยเหล่านั้นร่ำเรียนมาไม่ได้ ซึ่งจะว่ากันจริงๆ ต้องถือว่าเป็นความสูญเปล่าทางวิชาการ ที่ภาครัฐได้ทุ่มเททรัพยากรด้านการศึกษาเพื่อพัฒนาบุคลากรของไทยในแต่ละสายงานขึ้นมา แต่บุคลากรเหล่านั้นก็กลับไม่ได้ใช้ความรู้ตรงสายงานของตนในประเทศไทย แต่กลับมาทำอาชีพอื่นๆ ที่ใช้แรงงานเป็นหลักอยู่ที่นี่

ที่ผมพูดมาก็ไม่ใช่เพราะมีทางออกให้ครับ เป็นแค่ความคิดและคำบ่นด้วยความเสียดาย เพราะเท่าที่ได้พูดคุยสะดับตรับฟังคนที่ทำงานที่นี่ ก็พอจะเห็นสิ่งหนึ่งซึ่งเหมือนกันว่า ตราบใดที่ยังพอมีช่องทางต่อวีซ่าอยู่ที่นี่ได้ ก็อยากจะทำงานอยู่ที่นี่ไปเรื่อยๆ ไม่ว่าการจะต่อวีซ่านั้นจะต้องผ่านการลงทะเบียนเรียนวิชากระจิ๊กกระจ๊อกไปเรื่อยๆ หรือการหาคนที่ได้ PR แล้วมาแต่งงานด้วย หรือคนที่หมดหนทางกว่านั้นแล้วพร้อมจะหนีวีซ่าเลยก็มี

ผมก็ได้แต่หวังว่า ค่าแรงในเมืองไทยในอนาคตจะมากขึ้นและจูงใจพอให้เยาวชนของเราเหล่านี้กลับไปทำงานที่บ้านเราได้ซักวันนึงครับ แต่ท่าทางผมจะต้องฝันค้างไปอีกนาน

comments powered by Disqus