Home > มองชีวิตเขา เพื่อพัฒนาชีวิตเรา

มองชีวิตเขา เพื่อพัฒนาชีวิตเรา

Sunday, Nov 2, 2014

เสียงของ Emmanuel ถือว่าอยู่ระดับดี แต่ไม่ถึงกับเลิศ แต่สิ่งที่หล่อหลอมตัวเค้ามาถือว่าเลอเลิศ เพราะ Emmnuel เป็นชาวอิรัก ตอนเป็นทารกนั้นถูกระเบิดเสียอวัยวะไป เหลือเพียงแขนและขาด้านละครึ่งท่อน รวมถึงไม่เคยพบพ่อแม่ตัวเองมาก่อน คาดว่าน่าจะเสียชีวิตไปแล้ว มีผู้พบเห็นเค้าและพี่ชายในกล่องรองเท้าและนำมาส่งที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าในกรุงแบกแดด

มองชีวิตเขา เพื่อพัฒนาชีวิตเรา

โดย นามา อาภากร

 

วันก่อนผมมีโอกาสได้เข้าร่วมงานเลี้ยงงานนึงครับ โดยผู้จัดงานได้เชิญเด็กหนุ่มคนหนึ่ง อายุ 20 ปี ชื่อ Emmanuel Kelly มาร้องเพลง ซึ่งผมได้ทราบว่าเค้าเคยเข้าแข่งขันรายการ X Factor ออสเตรเลียเมื่อ 3 ปีก่อน และทำให้ผมสนใจมาก จนทำให้ต้องไปค้นหาคลิปการแสดงเก่าเค้าใน youtube มาดู และผมอยากจะเล่าถึงสิ่งที่ผมเห็นจากผู้ชายคนนี้ให้เพื่อนๆ ได้ฟังกันครับ

เสียงของ Emmanuel ถือว่าอยู่ระดับดี แต่ไม่ถึงกับเลิศ แต่สิ่งที่หล่อหลอมตัวเค้ามาถือว่าเลอเลิศ เพราะ Emmnuel เป็นชาวอิรัก ตอนเป็นทารกนั้นถูกระเบิดเสียอวัยวะไป เหลือเพียงแขนและขาด้านละครึ่งท่อน รวมถึงไม่เคยพบพ่อแม่ตัวเองมาก่อน คาดว่าน่าจะเสียชีวิตไปแล้ว มีผู้พบเห็นเค้าและพี่ชายในกล่องรองเท้าและนำมาส่งที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าในกรุงแบกแดด

ชีวิตของ Emmanuel เปลี่ยนไปเมื่อนางฟ้าชาวออสเตรเลียชื่อ Moira Kelly ไปพบเค้าและพี่ชาย และขอรับมาเป็นลูกบุญธรรม พากลับมาที่ออสเตรเลียเพื่อผ่าตัด และที่สุดได้รับสัญชาติออสเตรเลียและเรียนอยู่ที่ออสเตรเลียจนถึงปัจจุบัน

Emmanuel เป็นคนชอบร้องเพลง และอยากเป็นนักร้อง ทุกๆ วันจะหัดรองเพลงอยู่เสมอ จนตัดสินใจลบความอาย ข่มปมด้อยและความพิการของตนเอง สมัครมาแข่งขันในรายการ X Factor ซึ่งในวันที่ปรากฏตัวบนเวทีครั้งแรกเค้าได้ร้องเพลง Imagine ของ John Lennon อันมีเนื้อหาเรียกร้องให้มนุษย์มีความเป็นพี่เป็นน้องกัน หยุดเห็นแก่ความแตกต่างและการทำสงครามกันและกัน โดยเฉพาะท่อนเพลงที่ว่า Imagine there’s no countries. It isn’t hard to do. Nothing to kill or die for. And no religion too. ซึ่งเป็นการตีแผ่ชีวิตอันขมขื่นของเค้าให้ผู้ฟ้งได้เห็น จนกระชากอารมณ์และน้ำตาทั้งจากผู้ฟังและกรรมการ (รวมถึงผมที่ดูคลิปการร้องเพลงของเค้าด้วย) คลิปดังกล่าวมีผู้ชมในวันรุ่งขึ้น 7 ล้านคน และภายใน 6 เดือน มียอดคนดูกว่า 50 ล้านคนทั่วโลก แม้แต่อดีตภรรยของ John Lennon เอง ก็ได้ชมและมีข้อความถึง Emmuel Kelly ว่า John would be proud of you ภายหลังการแสดง หนึ่งในกรรมการที่ได้ยินประวัติของ Emmanuel ถึงกับปรารถว่า It makes me think all we worry about look pathetic หรือคุณทำให้ฉันเห็นว่า สิ่งที่พวกเรากังวลในชีวิตประจำวันนั้น มันน่าสมเพชน่าดู (เมื่อเทียบกับความทุกข์ยากที่ Emmanuel ได้รับมา)

ผมเล่าเรื่องนี้ เพราะตลอด 3 ปีกว่าที่ผมอยู่ที่ออสเตรเลีย ผมได้พบกับเพื่อนๆ จำนวนมากที่มักบ่นว่า ชีวิตมันลำบากยากเข็ญนัก พรุ่งนี้ต้องจ่ายค่าเทอมอีกแล้วจะเอาเงินที่ไหน (วะ) เนี่ย มะรืนต้องจ่ายค่าเช่าร้านแล้ว ช่วงนี้ลูกค้าน้อยเงินหมุนไม่พอเลย

ในชีวิตเรา ไม่มีใครไม่เคยเจอปัญหาครับ และแต่ละวันปัญหามักจะมาหลากรูปแบบหลายความทุกข์ และเรามักคิดว่าเรื่องต่าง ๆ เหล่านั้นมันน่ากลุ้มใจที่สุด ทำไมทุกอย่างมันต้องมาลงที่เรา

ด้วย โดยเฉพาะเรื่องการกินการอยู่ในออสเตรเลียที่ค่าครองชีพมันบีบคั้นเหลือเกิน แต่ในขณะที่เรามองเห็นปัญหา หลายครั้งเราลืมมองไปว่าเราได้รับพรหรือโอกาสที่ยิ่งใหญ่กว่าคนอื่นมากมาย โอกาสในการได้มีพ่อแม่เลี้ยงดูในวัยเด็ก โอกาสในการศึกษา โอกาสที่มีอวัยวะครบถ้วนและยังสามารถทำมาหากินได้

ชีวิตของ Emmanuel นั้น ดูเหมือนจะน่าสงสารมาก แต่จริงๆ แล้ว ยังมีคนอีกมากมายที่ประสบชะตากรรมแบบนี้ แต่ไม่เป็นที่รู้จักและโชคไม่ดีพอที่จะมีคนใจบุญรับไปเลี้ยงและให้โอกาส และยังมีคนอีกมากมายที่ขาดอาหารและผอมแห้งแรงน้อยจนไม่รู้ว่าพรุ่งนี้ร่างกายจะผลิตน้ำนมเพียงพอให้ลูกกินหรือไม่

ผมขอให้ Emmanuel Kelly และชีวิตคนเหล่านั้น เป็นกำลังใจและแรกผลักดันให้เพื่อนๆ เดินหน้ากันต่อไปครับ อย่าลืมว่า แม้หนทางข้างหน้าจะเป็นภูเขาที่กว้างใหญ่หรือทะเลทรายที่ไพศาล หน้าที่ของเราคือการออกแรงก้าวขาไปทีละก้าวเท่านั้น...

comments powered by Disqus