Home > Thai People > ธนาวรรณ โรจนเวทย์

ธนาวรรณ โรจนเวทย์

Thursday, Dec 9, 2010

ม้วนเดียว (ไม่) จบ กับ... พี่จอย ธนาวรรณ โรจนเวทย์

พอจบก็โชคดีอาจารย์ที่สอนเขาทำงานพิเศษที่บริษัทลินตัสซึ่งเป็นบริษัท worldwide โฆษณาอันดับหนึ่งในตอนนั้น จบวันนี้ วันรุ่งขึ้นไปทำงานเลย ไปเป็น copy writer ก็น่าจะโอเคนะ แต่มันไม่ใช่ เขาเหมือนไม่เชื่อเราสักเท่าไหร่เห็นเราเป็นเด็กเอางานที่ไม่ได้แสดงฝีมือ อะไรเลยให้ทำ เลยโอยไม่เอาทำได้ 6 เดือนมัง ไปเรียนต่อดีกว่า รุ่นจอยประมาณ 80% ไปต่อเมืองนอกหมด มันเหมือน tradition นะพี่ ครึ่งนึงไปอเมริกา ครึ่งนึงไปอังกฤษ จอยเป็นคนมีความเชื่อมั่นในตัวเองสูงแล้วก็ไม่ชอบตามอย่างใคร คุณแม่อยู่การท่องเที่ยวก็มีหนังสือเรื่องราวประเทศต่างๆ เราเป็นคนชอบอ่าน เอ ออสเตรเลียมันน่าสนใจนะ นี่พูดถึง 23 ปีที่แล้วนะ ไม่ค่อยมีใครพูดถึงเท่าไหร่ก็ถามคุณแม่ คุณแม่ก็บอกก็ดี แม่มีเพื่อนรุ่นน้องคือ พี่ใหม่เป็นผู้อำนวยการ ททท. อยู่ ที่นี่ ปี 1987 ก็เลยมา ไปอยู่กับพี่ใหม่ช่วงแรก แล้วตอนหลังก็ย้ายออกมาอยู่เอง ไม่ยอมอยู่รวมกับคนไทยเพราะคิดแล้วอย่างน้อยกลับไปบ้านต้องได้ภาษาละ ไปอยู่ home stay กับป้าแก่ๆ คนนึงก็ได้คุยกันทุกวัน เขาก็สอนโน่นสอนนี่ อยู่แถว Darling point อยากเตือนพวกน้องๆ อย่าไปรวมกลุ่ม ดูข่าวเยอะๆ อย่าดูแต่ DVD ไทย มันจะไม่ได้อะไร แล้วก็เรียนภาษาเหมือนน้องๆ เดี๋ยวนี้แหละ เสร็จแล้วก็เข้า UTS Kuring-gai campus ที่ Linfield อยู่ในป่า 20 กว่าปีที่แล้วไม่มีคนไทยเรียนเลย เรียน Master of management (Tourism management) คิดอะไรไม่ออกเป็นลูกหลานการท่องเที่ยวไปทางนี้ก่อนแล้วกัน แต่เรียนยังไม่จบได้ Grad Dip เบื่อแล้วอยากกลับไปบ้าน ก็กลับเลยเหมือนกำลังหาจุดให้ตัวเอง ก็ได้งานทำอีกทำงานด้านการตลาดที่โรงแรมโอเรียลเต็ล ทำได้ 3-4 เดือนก็ไม่ชอบอีก เอากลับไปต่อให้มันจบก่อนแล้วค่อยว่ากัน เป็นคนคิดด้วยตัวเองตลอด ชอบถามตัวเองปรึกษาตัวเอง เรียนจบ Master ก็แต่งงาน คิดเองหมด ตอนนั้นทำร้านอาหารไปด้วยก็ไม่ชอบ

ตอนเรียนจอ ยก็คิด เอ ทำไมคนจีน คนเกาหลี เขามีศูนย์แนะนำการศึกษาของคนไทยเราไม่มี ลองดูไหม ก็ไปเช่าห้องเล็กๆ อยู่ชั้นสองหัวมุม Goulburn street และ George street ก็นั่งคนเดียวห้องเล็กๆ เช่าไว้นั่งเขียนหนังสือเช่าถูกๆ เอาไว้เป็นที่ของเราเผื่อมีเด็กรุ่นน้องมาคุย มาปรึกษากัน ยังไม่ได้ทำเป็นอาชีพ ทำเพราะอยากรู้เรื่องจริงๆ ที่สำคัญอยากสนุก ที่มันอยู่กลางเมือง แล้วเจ้าของตึกเป็นคนแก่ใจดีแกคงเอ็นดูจอย เห็นเรากระตือรือร้นอยากทำโน่นทำนี่ แกก็บอกอยากจ่ายเท่าไหร่ก็จ่ายมา ค่าน้ำ ค่าไฟก็ไม่ต้องเสีย ก็พาพวกน้องๆ ไป immigration หลายต่อหลายครั้งพวก immigration เขาก็ถามน้องๆ ว่าเราเป็นใคร พวกเด็กนักเรียนก็บอกว่าไม่ใช่ agent พี่เขามาช่วยเฉยๆ หลังๆ มาเขาก็มาพูดด้วยว่าทำไม you ไม่เป็น agent ซะเลยละ ก็ได้ความคิดพอเปิดปั๊ปก็ใช่ปุ๊ปเลย เด็กๆ เขารออยู่แล้วมันไม่มีคนทำ จอยก็ทำหมดคนเดียวเลย รับโทรศัพท์ ให้คำปรึกษา ทำเรื่อง ทำบัญชีเอง พาน้องๆไป immigration อย่าลืมว่า internet ก็ไม่มีนะคะสมัยนั้น จะเอาอะไรก็ต้องเข้าห้องสมุดเพราะเอกสารก็ยังไม่แพร่หลายนะคะ 16 ปีที่แล้ว หาความรู้เองไปเรียน course ที่ UNSW เพื่อจะไปสอบเอา License มาช่วยลูกค้าจริงๆ มาถึงตอนนี้ในออสเตรเลีย agent นักเรียนที่เป็นคนไทยก็ปาเข้าไป 30 ได้แล้วมั้ง รวมทุกชาติด้วยก็เกือบพันได้การที่เราเริ่มต้นมาแบบนี้ทำให้เรารู้สึกสนุก ทุกวัน ยังไม่มีวันไหนที่รู้สึกเบื่อ ตื่นเช้าอาบน้ำแต่งตัวมาทำงาน เออ วันนี้จะเจอเรื่องอะไรนะ มันต้องเรียนรู้ทุกวัน แล้วตัวเราเองก็ต้องไปสัมนา update ตัวเราเอง เพราะกฏเกณฑ์ทาง immigration เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา มาถึงตอนนี้เผลอแป๊ปเดียวก็ 16 ปีเข้าไปแล้ว เรื่องลูกน้องเราก็เหมือนกันทุกคนเหมือนเป็นน้องเป็นนุ่งจริงๆ ไม่มีใครเขาจะเป็นลูกน้องเราตลอดชีวิตหรอก อย่างเด็กล้างจานสักวันหนึ่งก็ต้องเป็นเจ้าของร้าน สัจธรรมคะ เราก็ไล่ให้ไปรวย อย่างน้องคนนึง เคยเป็นเลขาคู่ใจ เพราะเขาเป็นคนซื่อสัตย์ เขาคุมบัญชีให้จอยหมด ทำ�กันมา 10 ปี ถามเขาว่าอยากทำอะไรเขาไม่อยากทำ agent บอกอยากทำแลกเปลี่ยนเงินตรา เราก็บอกทำเลยไม่มีที่ไปก็มาอยู่ข้างๆ พี่ก่อน พอคิวลูกค้าเขายาวแล้วก็บอกให้ย้ายไปอยู่เองเพราะเขาอยู่ตัวแล้วนี่ อีกคนก็รักเหมือนน้องสาวก็ทำมา 10 ปี นี่ก็เหมือนกัน ไม่อยากทำ agent คงเบื่อ เขาถนัดทำร้านอาหารมากกว่า อยากทำร้านเราก็สนับสนุนเขา น้องๆ หลายคนหลายรุ่นคะ ได้ดีกันไปเยอะแยะ agent ส่วนใหญ่ในซิดนีย์นี่ก็แตกหน่อออกมาจาก Stellar นี่แหละคะ ก็ดีใจกับพวกน้องๆ เขานะคะที่เขาไปได้ดีกัน เราก็เทรนน้องรุ่นใหม่ๆ เข้ามาธรรมดาคะ ต้องมีตัวตายตัวแทน 

 

Case อะไรทีทำให้ปลื้มเหรอพี่ เยอะแยะ case นี้คิดถึงทีไร นั่งอมยิ้มมีความสุขทุกที มีครอบครัวนึงมาโดยวีซ่าทำงานได้ 8 ปีแล้ว แลัววีซ่าถูกยกเลิกต้องกลับทั้งครอบครัว ที่ช่วยก็เพราะลูกเขากำลังจะสอบ HSC เรียนเก่งมาก เราก็บอกไม่ต้องห่วงนะบอกตั้งใจสอบเดี๋ยวเราจะช่วยพ่อแม่เขาให้ได้วีซ่า รู้ไหม เขาสอบได้เท่าไหร่ HSC 99.9% โอย เราก็ปลื้ม เขาก็ปลื้ม ได้ PR กันหมด ตอนนี้เรียน Law ที่ UNSW เพิ่งหมาดๆ มานี่ก็อีก case แต่งงานกับภรรยาคนที่นี่มีลูกด้วยกันคนนึง 4-5 ขวบ ก็ถูกขู่จะไม่ให้เจอลูก ขู่มา 5 ปีแล้วภรรยาก็ไปยกเลิกวีซ่า ก็สู้จนเดี๋ยวนี้ได้ PR แล้ว case นี้ไม่ได้ตังค์หรอก แต่ได้บุญ เห็นแล้วมีความสุขพ่อลูกเค้าได้อยู่ด้วยกัน

 ถึงตอนนี้พอใจกับตัวเองในระดับหนึ่งแล้วคะ กินอิ่ม นอนหลับ อยากได้อะไรที่ไม่เกินตัวก็ได้ และยังสนุกกับงานที่ทำอยู่ ตัวตนจอยจริงๆ เหรอคะ ไม่ใช่นางเอก และไม่ใช่นางมารร้าย แต่เป็นคนธรรมดามที่คิดดี ทำดีรักษาคำพูดของตัวเอง เห็นใครได้ดีก็ยินดีไปกับเขา ที่สำคัญที่สุดก็คือ คนเราต้องรู้จักรักตัวเอง เคารพตัวเอง อันนี้แหละสำคัญเพราะถ้ารู้จักเคารพตัวเอง เราจะไม่ทำอะไรให้เป็นที่น่าดูถูก ถ้าคุณพ่อยังอยู่คงภูมิใจนะ ที่จอยยืนได้ด้วยขาของตัวเอง จากเด็กสาวคนนึงที่วันๆ เอาแต่สนุกสนานกับชีวิตกับเพื่อนๆ แล้วอยู่มาวันนึงก็ค้นพบตัวเองพบเส้นทางการดำเนินชีวิตและอาชีพแล้วพลิกผันกลายมาเป็นคนเอาการเอางานเปลี่ยนชีวิตจอยเป็นคนละคนเลย ตอนเรียนมหาวิทยาลัยโดยส่วนตัวจอยคิดว่าใช้ชีวิตคุ้มค่า แต่การเรียนในมหาวิทยาลัยแน่นอนที่สุดคะ ตั้งใจเรียนจะดีกว่า อย่างจอยนี่มันเป็นเปอร์เซนต์ ส่วนน้อยคะ เพราะแต่ละคนก็มีองค์ประกอบของชีวิตต่างกัน แต่ที่สำคัญก็คือ ต้องมีความรับผิดชอบ และจริงจังในสิ่งที่ทำอยู่ อย่าหยุดเรียนรู้กับสิ่งใหม่ๆ เพราะความรู้ไม่ได้มีอยู่แต่ในตำรา แต่มีอยู่รอบตัวเราให้เรียนรู้อยู่ทุกวัน

 

 

  คุ้นๆ เหรอคะนามสกุล คุณพ่อจอยเป็นนายตำรวจ ถ้าเป็นคนรุ่นเก่าๆจะรู้จักก่อนเกษียณท่านยศพลตำรวจโทคะ ส่วนคุณแม่ทำงานที่ททท. ท่านเป็นผู้อำนวยการกองสถิติ จอยก็เลยเหมือนถูกเซ็ทเดินตามกรอบที่คุณพ่อคุณแม่วางไว้ แต่ไม่ใช่คุณหนูนะพี่ ก็เหมือนเด็กกรุงเทพทั่วๆ ไป เป็น pattern ของเด็กผู้หญิงก็เรียนโรงเรียนหญิงล้วน ตั้งแต่อนุบาล จนจบมัธยมต้น เขมะศิริอนุสรณ์คะ คุณพ่อไปรับไปส่ง ตอนนี้ก็เดินตรงเป็นไม้บรรทัด ตอนไปต่อ มัธยมปลายที่ รร. เตรียมอุดมศึกษานี่ซิ แววดาราเริ่มออกไปอยู่ห้องเด็กเฮี้ยวที่สุดในโรงเรียนแล้วก็เป็นสหศึกษา เพื่อนนักเรียนชายก็มีแต่เซียนๆ ยิ่งเป็นตัวอย่างพาซน แต่ถึงซนยังไงก็ไม่เสียการเรียนนะคะ เวลาเรียนไม่สนใจเรียน แต่เวลาจะสอบใกล้ตายขึ้นมาก็สู้ยิบตานะคะ สอบเอนทรานซ์ก็มาติด นิเทศน์ศาสตร์ จุฬาฯ เพื่อนๆ ก็งงๆ มันติดได้ไงวะ พอเข้าจุฬาฯได้ก็เหมือนปล่อยเสือเข้าป่า คุณพ่อคุณแม่ก็เริ่มปล่อยเพราะเห็นเราโตแล้วการเรียนเราก็ไม่เสียทำให้ท่าน ไว้วางใจ โอ้โฮ ทีนี้อิสระเสรีเหนืออื่นใดเลย มันเป็นชีวิตที่สนุก ทำกิจกรรมอะไรนะถึงจะเบี้ยวไม่ต้องเข้าเลคเชอร์ได้ เพื่อนๆ เขาเข้ามาได้มีความภูมิใจ ทำยังไงนะถึงจะเรียนดีได้เกียรตินิยม เรากลับคิดสวนทางกับชาวบ้านเขาทำยังไงนะจะใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยให้คุ้ม ที่สุด รุ่นพี่เรียกไปคัดตัวเชียร์ลีดเดอร์ฟุตบอลประเพณีจุฬา - ธรรมศาสตร์ก็รีบเลย แถมฟลุ๊คได้อีก ทีนี้ชีวิตเธอก็อาศัยเครื่องถ่ายเอกสารเป็นเพื่อนคู่ชีวิตตลอดปี ยืมเลคเชอร์เพื่อนมาถ่าย มีเข้าค่าย มีกิจกรรมอะไรนอกห้องเรียนไปหมด ตกไปก็ตั้งหลายตัวตอนปี 1 แต่ก็กลับตัวทัน และจบ 4 ปี ตามเกณฑ์เกรดก็พอดูได้ เพราะเริ่มจริงจังกับชีวิตมากขึ้นในปีสุดท้าย คุ้มมากชีวิต มีความสุขที่สุดก็ช่วงนี้ เฮฮาปาร์ตี้แทบจะทุกสุดสัปดาห์ 

เมื่อ เกือบ 20 ปีก่อน คนรุ่นเก่าๆ ก็คงจะรู้จักและคุ้นเคยกับสาวสวยคนนี้กันเป็นอย่างดี สมัยนั้นเธอเดินเข้างานไหนจะต้องถูกผู้ชายในงานหรือแม้แต่ผู้หญิงด้วยกันก็ เถอะจ้องมอง น้องคนนั้นเป็นใครกัน? ผมยาวสลวยปลิวไปมาทำให้นึกถึงนางแบบโฆษณาแชมพูยอดนิยมสมัยนั้น (ออด้าซ) ขับกับผิวขำของเธอทำให้เธอดูสวยโดดเด่น วันนี้ก็ไม่ได้ต่างจากวันนั้นเท่าใดนัก เธอนั่งอยู่ตรงหน้าของผู้เขียนยังคงความสวยตามวัยที่ควรจะเป็น คุณจอย ธนาวรรณ โรจนเวทย์ เธอคือเจ้าของกิจการ Stellar Education & Migration Centre ศูนย์แนะแนวการศึกษาสัญชาติไทยแห่งแรกในซิดนีย์

Last Updated ( Monday, 04 April 2011 12:42 )

comments powered by Disqus