Home > Thai People > รุจนีย์ วัฒนะประกรณ์กุล

รุจนีย์ วัฒนะประกรณ์กุล

Friday, Oct 14, 2011

"ถ้าเธอจะเป็นยอดนักขาย เธอต้องสวมรองเท้าข้างเดียวกับลูกค้าให้ได้"

VR : คิดอย่างไรถึงไปเปิดสาขาที่เมืองไทย

พี่เชอร์รี่ : การแข่งขันในตลาดเครื่องสำอางค์จะมีค่อนข้างสูง เราก็มาคิดทำอย่างไรจะไม่ให้เหมือนเขา ในการบริการก็คิดว่าถ้าเราอำนวยความสะดวก มีจุดรับส่งของก็น่าจะดีจ่ายที่นี่ไปรับ ของที่เมืองไทยเลย สะดวกสำหรับน้องๆคนไทยที่นี่ ทางเมืองไทยที่เคยซื้อของอยากใช้ของเราอย่างต่อเนื่องก็สั่งซื้อที่โน่นเลย ไม่ต้องบินมาซื้อถึงที่นี่ หรือสั่งข้ามทวีปให้วุ่นวาย แล้วก็ประกอบกับสามีเชอรี่รับราชการทหารที่เมืองไทย (พอ. กิตติพนธ์ สมจิต)  ก็เลยลองเปิดร้านเล็กๆที่ซอยอารีย์ก็ไปได้ดีลูกค้าชอบ ก็เลยย้ายมาอยู่ลาดพร้าวขยายให้มันกว้างขวางขึ้นหน่อย ราคาสินค้าก็สูงกว่าที่นี่นิดนึงเราก็ชี้แจงว่ามีค่าเอกสาร ค่านำเข้า ก็บวกไปอีกนิด ลูกค้าก็แฮปปี้นะคะซื้อความสะดวก

VR : น้องๆมองพี่เชอร์รี่เป็นไอดอลเป็นผู้หญิงเก่งในทางการขายการทำตลาด พอมีทิปให้น้องๆได้เจริญรอยตามไหม?

พี่เชอร์รี่ : การ เป็นนักขายที่ดี ก่อนอื่นเลยต้องใจรัก ถ้าไม่รักก็ยากแล้วไม่ได้ตั้งแต่ต้นเลย เชอร์รี่ชอบงานบริการ ข้อสองเอาใจใส่ลูกค้า  ลูกค้าเข้ามาบอกลูกน้องทุกคนน้ำไปก่อนเหมือนเราให้น้ำใจ ทานน้ำก่อนคะไม่ต้องเร่งลูกค้า ไม่ใช่ร้านฝรั่ง ถ้าลูกค้าหอบข้าวของมาพะรุงพะรังต้องรีบเข้าช่วย เก็บข้าวเก็บของ มีถุงเยอะแยะก็จับรวมใส่ถุงใหญ่ให้เขา ก็จะได้สะดวกถือเขาก็จะได้ซื้อของเราเพิ่ม ไม่ให้เขาต้องห่วงหน้าพะวงหลัง จะได้มีมือไม้ไว้เลือกของหรือมาทดลองครีมกับเรา บางทีรองเท้าขาดเดินมากหนูก็หารองเท้าใส่ให้ไม่คิดเงินนะคะ ลูกค้าก็แฮปปี้ บางทีเดินชอปปิ้งมากถึงขนาดปวดขาเราก็ต้องรีบหาเก้าอี้ให้นั่ง หนูบางทียังนวดให้เลย เนี่ยอย่างงี้ ถามว่านอกเหนือจากหน้าที่พนักงานขายไหม ใช่ แต่ต้องทำ แล้วถ้าไม่ยุ่งมากต้องเดินไปส่งลูกค้าทุกคนยกมือไหว้ขอบคุณ เข้ามาในร้านก็ต้องสวัสดึ ไม่ใช่พูดอย่างเดียวมือต้องไปด้วย เราไม่ได้เสียอะไรเลย ใช่ไหมคะ เจ้านายเก่าหนูพูดว่าถ้าเธอจะเป็นยอดของนักขาย เธอต้องสวมรองเท้าข้างเดียวกับลูกค้าให้ได้ อันนี้ก็คือข้อที่สามลูกค้าเข้ามาต้องเก็บรายละเอียดให้ได้อันนี้สำคัญมาก เดินเข้ามาปั๊ปต้องเอาให้ตรงจุด ไม่ใช่พูดน้ำท่วมทุ่ง อย่างเช่นลูกค้าคนไทยเข้ามาเรารู้แล้ว อันดับหนึ่ง ครีม สองวิตามิน อาหารเสริม สามเป๋าฮื้อ สี่ถั่วแมคคาดาเมีย คนจีนครีมรกแกะ โอเมก้า 3 ขนแกะปูพื้น รองเท้าขนแกะ เพราะเมืองเขาหนาว คนไทยไปขายรองเท้าทำด้วยขนแกะ อันนี้ละก้อ ผิดหนักเลย เมืองเราร้อน อินโด สิงค์โปร์ เขาสนใจ T Shirt อันนี้ต้องรู้ ต้องเข้าใจ ขายครีมต้องรู้เรื่อง ต้องเป็นนักฟังที่ดีด้วย เก็บรายละเอียดลูกค้า แนะนำให้ถูกผิวลูกค้ามันเหมาะสำหรับครีมชนิดไหน ไม่ใช่จะเชียร์ขายแต่ของแพงเชียร์ขายตะพึดตะพือ ต้องรับผิดชอบลูกค้า ต้องให้เหมาะกับลูกค้าเป็นคนๆไป อันนี้เกี่ยวกับการบริการลูกค้านะคะ ส่วนตัวสินค้าเองเราต้องให้แม่นเรียนรู้เรื่องคุณภาพสินค้าประโยชน์ใช้สอย ราคาต้องให้เป๊ะๆเลย เพิ่มความเชื่อมั่นให้ลูกค้าว่าเรารู้จริง ไม่ใช่พอลูกค้าถามหันไปถามคนอื่นให้วุ่นวายไปหมด ลูกค้าขาดความศรัทธาแล้ว ต้อง display สินค้าให้เป็น จัดให้เป็นหมวดเป็นหมู่ดูสวยงามเป็นระเบียบ ชวนให้น่าซื้อ สุดท้ายคือการ Survey ตลาด สินค้าแต่ละตัว ต้องออกดูความเป็นไปในตลาด เพื่อให้รู้เขารู้เรา

VR : เคยตะบะแตกไหม? ลูกค้างี่เง่ามากๆ แล้วฟิวส์ขาด มีวิธีควบคุมตัวเองอย่างไร

พี่เชอร์รี่ : กล้าพูดเลยไม่เคยคะ หนูไม่ได้ชมตัวเองนะ หนูเข้าถึงธรรมะ จำแนกมนุษย์ออก แต่ก็มีบางครั้งนะคะสุดๆคือหลบไปข้างหลังไปร้องไห้ โมโหตัวเองนานน้านมีที แต่ไม่เคยแสดงออกกับลูกค้า ควบคุมตัวเองยังไงเหรอคะ ต้องบอกน้องๆว่า ให้พูดกับตัวเองว่าเขาเป็นเจ้าของเงิน เราอยากได้เงินเขาใช่ไหม ต้องทน เขาซื้อของเขาก็อยากได้ถูก เขามีสิทธิ์เงินของเขา ไม่ได้เราก็ฟังผ่านๆไปไม่เอาเก็บมาคิด ผ่านแล้วผ่านเลย จำไว้ว่าทุกอย่างในโลกมีทางแก้

VR : มาถึงจุดนี้ ณ เวลานี้พอใจกับตัวเองไหม?

พี่เชอร์รี่ : พอ ใจในระดับหนึ่งนะพี่ แต่เชอร์รี่ถือคติชีวิตไม่สิ้นต้องดิ้นไปก็ต้องพัฒนาตัวเอง ธุรกิจต้องเรียนไปเรื่อยๆแหละคะไม่มีวันจบต้องให้ทันเหตุการณ์ทันเศรษฐกิจ โลก อยากรู้บั้นปลายไหมว่าเชอร์รี่อยากทำอะไร แฟนรับราชการอยากไปอยู่กับแฟน อยากดูแลเขา อยากเป็นครูอาสาออกไปพัฒนาชนบท หนูบอกแฟนแล้วเขาก็โอเค หนูซีเรียสนะ อยากไปช่วยสังคม ตัวเองชอบสอนหนังสือมาก ตอนเรียนมหาวิทยาลัยที่เมืองไทยก็สอนพิเศษเด็กประถม เด็กมัธยม มันเป็นตัวตนเราจริงๆ ได้อยู่กับธรรมชาติ มันเป็นความสุขนะ หนูถูกเชิญไปเป็นวิทยากรสอนเรื่องการตลาดให้นักศึกษาปริญญาโทมหาวิทยาลัยราม คำแหง หลายครั้งแล้ว บางทีเขามาดูงานที่นี่ เขาก็ขอให้เราจัด class บรรยายเรื่องการตลาดที่นี่ให้เขาฟัง อย่างงี้ก็มี แล้วถ้าแก่มาจริงๆเข้าวัดเลย สงบดี ไม่มีใครมายุ่งกับเรา

Last Updated ( Friday, 14 October 2011 01:45 )

comments powered by Disqus